สายไฟเมนที่เชื่อมต่อจากมิเตอร์มาที่ตู้ไฟต้องมีขนาดที่ใหญ่พอ และในตู้ควบคุมไฟฟ้า (Consumer Unit) ควรมีช่องว่างสำหรับติดตั้งเซอร์กิตเบรกเกอร์แยกต่างหากสำหรับการชาร์จรถไฟฟ้าโดยเฉพาะ เพื่อป้องกันการใช้ไฟเกินและลดความเสี่ยงไฟฟ้าลัดวงจรครับ
ควรเลือกเครื่องชาร์จแบบไหนดี เมื่อต้องติดตั้ง ev charger ที่บ้าน? การเลือกเครื่องชาร์จ (Wallbox) ให้เหมาะสมกับการติดตั้ง ev charger ที่บ้าน สิ่งสำคัญที่สุดคือการตรวจสอบพอร์ตชาร์จและมาตรฐานหัวปลั๊กของรถ ซึ่งการเลือกเครื่องชาร์จที่เป็นแบบ Wallbox ยังให้ความปลอดภัยมากกว่าการชาร์จจากเต้ารับปกติ แถมช่วยลดเวลาการชาร์จให้เร็วขึ้น
ความแตกต่างของกำลังไฟ 7.4 kW, 11 kW และ 22 kW การรับติดตั้ง ev charger ที่บ้าน จำเป็นต้องตรวจสอบกำลังไฟ เพราะเทคนิคการเลือกซื้อเครื่องชาร์จอยู่ที่การเช็ก On Board Charger ของรถไฟฟ้าที่เราใช้งาน เพราะระบบนี้จะเป็นตัวกำหนดขีดจำกัดสูงสุดในการรับกระแสไฟซึ่งมีรายละเอียดดังนี้
7.4 kW: เป็นขนาดมาตรฐานสำหรับการชาร์จแบบ 1 เฟส (AC) เหมาะสำหรับบ้านทั่วไปที่ไม่ได้ขอไฟ 3 เฟส และรถไฟฟ้าส่วนใหญ่จะรองรับสเปกนี้เป็นพื้นฐาน11 kW / 22 kW: เป็นการชาร์จแบบ 3 เฟส (AC) ที่ช่วยให้การชาร์จเร็วขึ้นมาก แต่เราจำเป็นต้องตรวจสอบว่ารถเรารองรับ On Board Charger ขนาดนี้ด้วยไหม ตัวอย่างเช่น ถ้ารถของเรามี On Board Charger สูงสุดที่ 7.4 kW ถึงแม้จะเลือกติดตั้ง ev charger ที่บ้านขนาด 22 kW ก็ตาม รถก็จะดึงไฟไปใช้ได้แค่ 7.4 kW เท่านั้น ดังนั้นการเลือกกำลังไฟของเครื่องชาร์จให้แมตช์กับตัวรถ จะช่วยให้เราประหยัดงบประมาณและได้ประสิทธิภาพการชาร์จที่คุ้มค่าที่สุดครับ
ใช้หัวชาร์จแบบไหนถึงจะตรงรุ่น? การเลือกชนิดหัวชาร์จของรถยนต์ไฟฟ้า ให้ตรงกับพอร์ตแต่ละรุ่นเป็นสิ่งแรกที่ต้องตรวจสอบก่อนติดตั้ง ev charger ที่บ้านครับ เพราะถ้าเลือกผิดประเภทจะไม่สามารถเสียบชาร์จได้ โดยปัจจุบันหัวชาร์จที่นิยมใช้ในบ้านเราจะแบ่งออกเป็น 3 ประเภทหลักตามมาตรฐานสากล ดังนี้ครับ
1. Type 1 (มาตรฐานอเมริกา/ญี่ปุ่น): หัวชาร์จทรงกลมแบบ 5 Pin ส่วนใหญ่จะเจอในรถยนต์ไฟฟ้าและแบบ Plug-in Hybrid
2. Type 2 (มาตรฐานยุโรป/ไทย): หัวชาร์จทรงกลมที่มีด้านเรียบแบบ 7 Pin เป็นมาตรฐานหลักที่ใช้ในไทยปัจจุบัน
3. GB/T (มาตรฐานจีน): หัวชาร์จเฉพาะทางสำหรับรถยนต์ไฟฟ้านำเข้าจากประเทศจีนบางรุ่น โดยจะมีหน้าตาคล้าย Type 2 แต่มีการสลับตำแหน่ง Pin ภายใน ซึ่งต้องใช้เครื่องชาร์จหรือตัวแปลงที่ตรงรุ่นเท่านั้น
สำหรับเพื่อน ๆ ที่ต้องการหาบ้านจากโครงการชั้นนำ พร้อมติดตั้งเครื่อง ev charger และโปรโมชั่นพิเศษอื่น ๆ เพิ่มเติม สามารถคลิกที่ปุ่มข้างล่างนี้เลยครับ
ติดตั้ง ev charger ที่บ้าน ราคาเท่าไหร่? งบประมาณโดยรวมในการติดตั้ง ev charger ที่บ้าน ราคาแบ่งออกเป็นหลายเรท ขึ้นอยู่กับสเปกของเครื่องชาร์จและสภาพระบบไฟเดิมของบ้าน ซึ่งโดยทั่วไปถ้ารวมค่าเครื่อง ค่าธรรมเนียมการไฟฟ้า และค่าแรงการติดตั้ง งบประมาณจะเริ่มต้นตั้งแต่ประมาณ 35,000-100,000 บาทขึ้นไป ซึ่งเราสามารถแบ่งปัจจัยที่กำหนดราคาออกเป็น 2 ส่วนหลัก ๆ เพื่อให้คำนวณงบได้ง่ายขึ้นดังนี้
1. ค่าธรรมเนียมการเปลี่ยนมิเตอร์ไฟฟ้า ก่อนจะติดตั้ง ev charger ที่บ้าน เราต้องดำเนินการผ่านการไฟฟ้า (กฟน. หรือ กฟภ.) เพื่อขอตรวจสอบและปรับเปลี่ยนมิเตอร์ให้รองรับการใช้ไฟที่เพิ่มขึ้น โดยมีรายละเอียดดังนี้ครับ
ค่าตรวจสอบระบบไฟฟ้า: สำหรับการขอเพิ่มมิเตอร์หรือเปลี่ยนขนาดมิเตอร์ 700-2,500 บาทค่าเปลี่ยนมิเตอร์เป็นแบบ TOU: ถ้าต้องการประหยัดค่าไฟในระยะยาว การเปลี่ยนมิเตอร์เป็นแบบ TOU จะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม โดยพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล (MEA) อยู่ที่ประมาณ 6,600-7,300 บาท ส่วนพื้นที่ต่างจังหวัด (PEA) จะอยู่ที่ประมาณ 3,700-5,300 บาทครับ2. ราคาเครื่องชาร์จ (Wallbox) และค่าบริการทีมช่าง เครื่องชาร์จและค่าบริการทีมช่างขึ้นอยู่กับความพึงพอใจและสเปกที่เราเลือกเอง โดยส่วนนี้จะเป็นสัดส่วนงบประมาณที่ใหญ่ที่สุดในการติดตั้ง
ราคาเครื่อง ev charger (Wallbox): ขนาด 3.6 kW ราคาเริ่มต้นเฉลี่ย 15,000 บาท ขนาด 7.4 kW ราคาเริ่มต้นเฉลี่ย 30,000 บาท ขนาด 11 - 22 kW ราคาอาจสูงถึง 50,000 - 100,000 บาท ขึ้นอยู่กับแบรนด์และฟีเจอร์เสริมต่าง ๆค่าบริการติดตั้งและอุปกรณ์งานระบบ: ราคาจะปรับเปลี่ยนตามระยะทางการเดินสายไฟจากตู้ควบคุมมายังจุดจอดรถ รวมถึงอุปกรณ์เสริม เช่น เบรกเกอร์ RCD Type B หรือการติดตั้งร่วมกับระบบโซลาร์เซลล์ ซึ่งราคาจะมีทั้งแบบเหมาจ่าย หรือจะจ้างบริษัทผู้เชี่ยวชาญติดตั้งเองก็ได้ตามงบประมาณที่วางไว้ครับ
ขั้นตอนการขอเปลี่ยนมิเตอร์ TOU เพื่อลดค่าไฟ การเปลี่ยนมาใช้มิเตอร์ TOU (Time of Use) เป็นตัวช่วยสำคัญที่ทำให้ค่าไฟลดลงเหลือเพียงประมาณ 2.6-3.2 บาท/หน่วย โดยมีขั้นตอนง่าย ๆ ดังนี้
ตรวจสอบความพร้อม: เช็กระบบสายไฟและอุปกรณ์ป้องกันในบ้านว่ารองรับการติดตั้ง ev charger ที่บ้าน ตามมาตรฐานไฟฟ้ายื่นคำร้อง: ติดต่อการไฟฟ้าในพื้นที่ (MEA หรือ PEA) เพื่อขอเปลี่ยนประเภทมิเตอร์หรือขอติดตั้งมิเตอร์ชุดที่สองสำหรับรถ EV โดยเฉพาะชำระค่าธรรมเนียม: จ่ายค่าเปลี่ยนมิเตอร์ตามอัตราที่กำหนดประมาณ 3,700-7,300 บาท ขึ้นอยู่กับเฟสและพื้นที่เจ้าหน้าที่เข้าตรวจ: ช่างจากการไฟฟ้าจะเข้ามาตรวจสอบระบบไฟและดำเนินการเปลี่ยนมิเตอร์ TOU ให้ทันทีครับมาตรฐานความปลอดภัยที่ต้องมีในการติดตั้ง ev charger ที่บ้าน ความปลอดภัยคือสิ่งที่ต้องคำนึงถึงเป็นอันดับแรก เพราะรถไฟฟ้าต้องดึงกระแสไฟปริมาณมากต่อเนื่องนานหลายชั่วโมง ถ้าระบบป้องกันไม่ได้มาตรฐานอาจก่อให้เกิดความร้อนสะสมหรืออันตรายจากไฟรั่วได้ ดังนั้น อุปกรณ์ป้องกันไฟฟ้าจึงต้องถูกออกแบบมาเพื่อรองรับโหลดของรถ ev โดยเฉพาะ
การเลือกติดตั้งเครื่องตัดไฟรั่วและระบบสายดิน อุปกรณ์ความปลอดภัย 2 ส่วนที่ต้องมี และต้องเลือกให้ตรงสเปกตามมาตรฐานการไฟฟ้าสำหรับการติดตั้ง ev charger ที่บ้าน มีดังนี้
เครื่องตัดไฟรั่ว (RCD) ต้องเป็น Type B: ในการชาร์จรถ ev อาจเกิดกระแสไฟฟ้ารั่วชนิดกระแสตรง (DC Leakage) ซึ่งเครื่องตัดไฟรั่วทั่วไป (Type AC หรือ Type A) ไม่สามารถตรวจจับได้ ดังนั้นจึงต้องติดตั้ง RCD Type B เพื่อให้สามารถตัดวงจรได้ทันทีเมื่อมีไฟรั่วทุกรูปแบบระบบสายดิน (Grounding) เฉพาะทาง: รถไฟฟ้าจะมีระบบตรวจสอบสายดินที่ได้มาตรฐานก่อนเริ่มชาร์จ ดังนั้นเราต้องเดินสายดินแยกจากระบบหลักหรือปรับปรุงสายดินเดิมให้มีค่าความต้านทานต่ำตามที่มาตรฐานกำหนด เพื่อระบายไฟรั่วลงดินได้อย่างรวดเร็วและปลอดภัยที่สุด บทส่งท้าย การเตรียมความพร้อมก่อนการติดตั้ง ev charger ที่บ้าน จะช่วยให้ชีวิตดีขึ้นในระยะยาว ไม่ใช่แค่ความสะดวกในการชาร์จไฟรถ แต่คือความปลอดภัยในการใช้งานและการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายที่ดี
สำหรับใครที่มองหาที่อยู่อาศัยคุณภาพที่มีการออกแบบฟังก์ชันรองรับการชาร์จรถไฟฟ้าไม่ว่าจะเป็นบ้านเดี่ยว คอนโด และทาวน์โฮม ทำเลศักยภาพ สามารถเข้าเลือกดูข้อมูลโครงการแบบเจาะลึกได้ที่เว็บไซต์ “น่าอยู่” แหล่งรวมข้อมูลเรื่องอสังหาฯ มากมาย
คำถามที่พบบ่อย 1. ถ้าไม่เปลี่ยนมิเตอร์ไฟฟ้า สามารถติดตั้ง ev charger ที่บ้านได้ไหม ? Answer: ไม่แนะนำให้ติดครับ ถ้ามิเตอร์เดิมมีขนาดเล็ก เช่น 5(15)A การชาร์จรถ ev จะทำให้กระแสไฟเกินขนาดที่มิเตอร์รับได้ จนส่งผลให้ไฟตกหรือมิเตอร์ไหม้ได้ การเปลี่ยนมิเตอร์จึงเป็นทางเลือกที่ปลอดภัยที่สุดครับ
2. ระยะห่างจากตู้ไฟถึงจุดติดตั้งมีผลต่อค่าติดตั้งอย่างไร ? Answer: ยิ่งระยะห่างมาก ค่าสายไฟซึ่งเป็นสายทองแดงเบอร์ใหญ่จะแพงขึ้นตามจำนวนเมตร และความต้านทานไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นอาจต้องใช้สายขนาดใหญ่กว่าปกติเพื่อลดการสูญเสียพลังงาน
3. ติดตั้ง ev charger ที่บ้าน ต้องขออนุญาตใครบ้าง ? Answer: ถ้าเป็นบ้านเดี่ยวต้องแจ้ง การไฟฟ้า (MEA/PEA) เพื่อตรวจสอบมาตรฐานก่อนจ่ายไฟ และถ้าเป็นบ้านในโครงการจัดสรรหรือคอนโด ควรแจ้งนิติบุคคล เพื่อตรวจสอบระเบียบการเดินสายไฟภายนอกและการใช้พื้นที่ส่วนกลางครับ