ช่วยกำหนดขอบเขตงานให้ชัดเจน ลดปัญหางบก่อสร้างบานปลาย ใช้ตรวจสอบงวดงานได้ มีหลักฐานยืนยันการทำสัญญากรณีเกิดปัญหา ป้องกันปัญหาผู้รับเหมาทิ้งงาน ช่วยควบคุมระยะเวลาก่อสร้าง สำหรับเจ้าของบ้าน การมีสัญญาจ้างเหมาก่อสร้างที่ละเอียดและตรวจสอบได้ ถือเป็นหนึ่งในวิธีลดความเสี่ยงในการสร้างบ้านที่ดีที่สุดครับ
ใช้กับงานก่อสร้างแบบไหนได้บ้าง? สัญญาจ้างเหมาก่อสร้างสามารถใช้ได้กับงานก่อสร้างหลายประเภท ไม่ได้จำกัดอยู่แค่บ้านใหม่ โดยตัวอย่างที่นิยมใช้สัญญาประเภทนี้ ได้แก่
สร้างบ้านเดี่ยว ต่อเติมบ้าน รีโนเวทบ้าน หรือ คอนโด สร้างอาคารพาณิชย์ งานตกแต่งภายใน งานระบบไฟฟ้า และ ประปา งานโครงสร้าง และ หลังคา
สัญญาจ้างเหมาก่อสร้าง แบบเหมารวม กับ แบบคิดตามงวด ต่างกันอย่างไร? สัญญาจ้างเหมาก่อสร้างนิยมแบ่งเป็น 2 แบบ คือ “แบบเหมารวม” และ “แบบคิดตามงวดงาน” ซึ่งต่างกันที่รูปแบบการจ่ายเงินและการควบคุมงานก่อสร้าง
1. สัญญาจ้างแบบเหมารวม
ลักษณะ: ตกลงราคาเดียวทั้งโครงการข้อดี: ควบคุมงบประมาณง่ายข้อควรระวัง: ถ้ารายละเอียดไม่ชัดเจน อาจมีค่าใช้จ่ายเพิ่ม2. สัญญาจ้างแบบคิดตามงวด
ลักษณะ: แบ่งจ่ายตามความคืบหน้างาน ข้อดี: ตรวจสอบงานและควบคุมคุณภาพได้ทุกขั้นตอนข้อควรระวัง: ต้องตรวจรับงานในแต่ละงวดให้ละเอียดการจ่ายแบบแบ่งงวดงานช่วยลดความเสี่ยงที่ผู้รับเหมาทิ้งงาน และเพิ่มความโปร่งใสในการเบิกจ่าย จึงเป็นรูปแบบที่นิยมใช้กับงานสร้างบ้าน รีโนเวท และต่อเติมในปัจจุบันครับ
สัญญาจ้างเหมาก่อสร้างต้องมีอะไรบ้าง? ก่อนเซ็นสัญญากับผู้รับเหมา ควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าสัญญาจ้างเหมาก่อสร้างมีรายละเอียดสำคัญครบถ้วน เพื่อใช้เป็นหลักฐานอ้างอิง ถ้าเกิดความเข้าใจผิดกัน โดยรายละเอียดสำคัญที่ควรมีในสัญญาจ้างเหมาก่อสร้าง มีดังนี้
ข้อมูลผู้ว่าจ้าง และผู้รับเหมา: ระบุชื่อ ที่อยู่ เลขประจำตัวประชาชน หรือข้อมูลบริษัทของทั้ง 2 ฝ่ายให้ครบถ้วน เพื่อให้สามารถตรวจสอบและยืนยันตัวตนได้
รายละเอียดขอบเขตงานก่อสร้าง: ควรระบุลักษณะงานให้ชัดเจน เช่น สร้างบ้านใหม่ ต่อเติม หรือรีโนเวท รวมถึงสถานที่ก่อสร้าง แบบบ้าน และรายละเอียดงานที่ผู้รับเหมารับผิดชอบ
แบบก่อสร้างและวัสดุที่ใช้: ควรแนบแบบแปลน รายการวัสดุ และ BOQ เพื่อใช้ตรวจคุณภาพงาน วัสดุ และมาตรฐานการก่อสร้างตามที่ตกลงกันไว้
ระบุวันเริ่มต้นและวันสิ้นสุดโครงการให้ชัดเจน
กำหนดจำนวนงวดงาน เปอร์เซ็นต์การจ่ายเงิน และเงื่อนไขเบิกจ่ายในแต่ละงวด
ระบุอัตราค่าปรับ หรือเงื่อนไขในกรณีผู้รับเหมาส่งงานไม่ตรงตามกำหนด
ระบุระยะเวลารับประกันงาน รวมถึงเงื่อนไขการซ่อมแซมถ้าเกิดปัญหา เช่น รอยร้าว หลังคารั่ว หรือวัสดุชำรุดหลังจากส่งมอบงาน
เงื่อนไขการแก้ไข หรือ ยกเลิกสัญญา: ถ้ามีการเปลี่ยนแบบ เพิ่มงาน หรือลดงาน ควรทำเป็นลายลักษณ์อักษร และระบุเงื่อนไขการยกเลิกสัญญา
ควรมีลายเซ็นของผู้ว่าจ้าง ผู้รับเหมา และพยาน เพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือ และใช้เป็นหลักฐานทางกฎหมายในอนาคต
BOQ คืออะไร? ทำไมสำคัญกับสัญญาจ้างเหมาก่อสร้างBOQ หรือ Bill of Quantities คือเอกสารที่แสดงรายละเอียดของวัสดุ ปริมาณ และราคางานก่อสร้างทั้งหมดภายในโครงการ ซึ่งถือเป็นเอกสารสำคัญที่ควรแนบไปกับสัญญาจ้างเหมาก่อสร้าง
โดย BOQ จะช่วยให้เราสามารถตรวจสอบได้ว่า
ใช้วัสดุอะไรบ้าง จำนวนวัสดุเท่าไหร่ ราคากลางเหมาะสมไหม งบประมาณรวมเท่าไหร่
ปัญหาที่พบบ่อยในสัญญาจ้างเหมาก่อสร้าง ถึงแม้จะมีสัญญาจ้างเหมาก่อสร้าง แต่ถ้ารายละเอียดในสัญญาไม่ชัดเจน หรือไม่มีการตรวจสอบงวดงานอย่างรอบคอบ ก็ยังมีโอกาสเกิดปัญหาระหว่างก่อสร้างได้ โดยปัญหาที่พบได้บ่อย มีดังนี้
ผู้รับเหมาทิ้งงานกลางคัน งานก่อสร้างล่าช้า งบประมาณบานปลาย ใช้วัสดุไม่ตรงสเปก งานไม่ได้มาตรฐาน ต่อเติม หรือ แก้ไขงานเกินจากที่ตกลง ไม่มีการรับประกันสำหรับงานก่อสร้าง
ก่อนเซ็นสัญญากับผู้รับเหมา ต้องเช็กจุดไหนบ้าง? เมื่อเราได้สัญญาจ้างเหมาก่อสร้าง ควรเช็กรายละเอียดให้ครบถ้วน เพื่อให้งานก่อสร้างเป็นไปอย่างราบรื่น โดยจุดสำคัญที่ควรเช็กมีดังนี้ครับ
ตรวจสอบประวัติ และ ผลงานผู้รับเหมา เช่น ผลงานที่ผ่านมา รีวิวจากลูกค้า และความน่าเชื่อถือของบริษัท หรือ ทีมช่างก่อนตัดสินใจเช็ก BOQ และวัสดุให้ละเอียด ทั้งปริมาณ และราคา เพื่อป้องกันการใช้วัสดุไม่ตรงสเปก หรือมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมภายหลังกำหนดระยะเวลา วันเริ่มงาน วันส่งมอบ และระยะเวลาของแต่ละงวดงานไว้ในสัญญาอย่างชัดเจนระบุค่าปรับกรณีงานล่าช้า เพื่อป้องกันปัญหาผู้รับเหมาดำเนินงานไม่ตรงตามกำหนดกำหนดงวดการจ่ายเงินตามความคืบหน้างาน โดยควรแบ่งจ่ายตามผลงานจริง และตรวจรับงานทุกงวดก่อนอนุมัติจ่ายเงินหลีกเลี่ยงการจ่ายเงินล่วงหน้าก้อนใหญ่ เพราะอาจเพิ่มความเสี่ยงเรื่องผู้รับเหมาทิ้งงาน หรือเบิกเงินเกินงวดงานตรวจสอบเงื่อนไขการรับประกันงาน และขอบเขตความรับผิดชอบหลังจบงานเก็บเอกสาร และหลักฐานทุกครั้ง ไม่ว่าจะเป็นใบเสนอราคา สัญญา หรือหลักฐานการโอนเงิน
ถ้าผู้รับเหมาทิ้งงาน ต้องทำอย่างไร? ถ้าเจอปัญหาผู้รับเหมาทิ้งงาน เจ้าของบ้านควรตั้งสติและดำเนินการตามขั้นตอน เพื่อรักษาของตัวเอง โดยมีวิธีรับมือเบื้องต้นดังนี้
ตรวจสอบเงื่อนไขในสัญญา รวบรวมหลักฐานทั้งหมด ถ่ายภาพความคืบหน้าของงาน แจ้งผู้รับเหมาเป็นลายลักษณ์อักษร หยุดการจ่ายเงินงวดถัดไป ประเมินความเสียหายที่เกิดขึ้น ปรึกษาทนาย หรือผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมาย โดยถ้าในสัญญาจ้างเหมาก่อสร้างระบุค่าปรับ และเงื่อนไขไว้ชัดเจน จะช่วยให้สามารถดำเนินการตามกฎหมายได้ง่ายขึ้นครับ
ตัวอย่างสัญญาจ้างเหมาก่อสร้าง แบบเข้าใจง่าย ก่อนเริ่มสร้างบ้าน รีโนเวท หรือต่อเติมบ้าน การใช้แบบฟอร์มสัญญาจ้างเหมาก่อสร้างที่มีรายละเอียดครบถ้วน จะช่วยกำหนดขอบเขตงาน งวดการจ่ายเงิน ระยะเวลาก่อสร้าง และเงื่อนไขต่าง ๆ ได้ชัดเจนตั้งแต่แรก โดยสามารถดาวน์โหลดตัวอย่างเอกสารสัญญาจ้างเหมาก่อสร้าง ที่แนบไว้ข้างล่างนี้ได้เลยครับ
บทส่งท้าย สัญญาจ้างเหมาก่อสร้าง เป็นเอกสารสำคัญที่ช่วยกำหนดรายละเอียดการทำงานระหว่างผู้ว่าจ้างกับผู้รับเหมา ถ้าตรวจสอบรายละเอียดให้ครบก่อนเซ็น ก็จะช่วยลดความเสี่ยงเรื่องงบบานปลาย งานล่าช้า หรือปัญหาจากผู้รับเหมาได้มากขึ้นครับ
สำหรับใครที่กำลังวางแผนสร้างบ้าน และมองหาผู้รับเหมา หรือบริษัทก่อสร้างที่น่าเชื่อถือ สามารถเข้ามาดูข้อมูลบริษัทรับสร้างบ้านชั้นนำ ได้ที่เว็บไซต์ “น่าอยู่” ซึ่งรวบรวมบริษัทรับสร้างบ้าน พร้อมสาระเกี่ยวกับบ้าน อสังหาริมทรัพย์ และการก่อสร้างไว้อีกมากมายครับ
คำถามที่พบบ่อย 1. จะยกเลิกสัญญาจ้างเหมาก่อสร้างได้กรณีไหนบ้าง ? Answer: สามารถยกเลิกสัญญาจ้างเหมาก่อสร้างได้ ถ้าอีกฝ่ายไม่ทำตามเงื่อนไขในสัญญา เช่น ผู้รับเหมาทิ้งงาน ส่งงานล่าช้าเกินกำหนด ใช้วัสดุไม่ตรงสเปก หรือทำงานไม่ได้มาตรฐาน โดยควรตรวจสอบรายละเอียดในสัญญาและดำเนินการเป็นลายลักษณ์อักษรทุกครั้งครับ
2. เซ็นสัญญาจ้างเหมาก่อสร้างไปแล้ว สามารถแก้ไขภายหลังได้ไหม ? Answer: สามารถแก้ไขได้ ถ้าทั้งผู้ว่าจ้าง และ ผู้รับเหมายินยอมร่วมกัน โดยควรทำเป็นเอกสารแนบท้ายสัญญา พร้อมลงลายมือชื่อทั้งสองฝ่าย เพื่อใช้เป็นหลักฐานอ้างอิงในอนาคตครับ
3. สัญญาจ้างเหมาก่อสร้าง จำเป็นต้องมีพยานไหม ? Answer: ตามกฎหมาย สัญญาจ้างเหมาก่อสร้างไม่จำเป็นต้องมีพยานก็สามารถใช้ได้ แต่การมีพยานลงนามในสัญญาจะช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือ และใช้เป็นหลักฐานได้ดีขึ้นหากเกิดข้อพิพาทในอนาคตครับ