แต่มีความแตกต่างกันในเรื่องของเงินลงทุน โทเคนจะสามารถเข้าถึงนักลงทุนได้มากกว่าโดยมักมีการกำหนดเงินลงทุนเริ่มต้นไม่สูงมาก มีเงินแค่หลักสิบหลักร้อยก็สามารถซื้อโทเคนได้ ขณะที่เงินลงทุนขั้นต่ำในการซื้อหุ้นกู้มักเริ่มต้นที่ 50,000 บาทขึ้นไป
อย่างไรก็ตามไม่ว่าเราสนใจจะลงทุนในโทเคนหรือหุ้นกู้ เราควรศึกษารายละเอียดให้ดีว่าสิ่งที่กำลังจะลงทุนมีเงื่อนไขอะไรบ้าง มีความเสี่ยงสูงหรือไม่ เพื่อที่จะได้วางแผนการลงทุนให้เหมาะสมกับเราและเกิดประโยชน์มากที่สุด สำหรับใครที่ไม่แน่ใจว่าตัวเองสามารถรับความเสี่ยงในการลงทุนได้มากแค่ไหน สามารถไปลองทำ แบบทดสอบระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ กันได้นะครับ
สำหรับใครที่อยากศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับหุ้นกู้ สามารถตามไปอ่านกันต่อที่ อะไรคือหุ้นกู้? แนวทางการลงทุนที่คุณห้ามพลาด! ได้เลยครับ
เรื่องควรรู้ก่อนลงทุนในโทเคน

เมื่อเราทำความรู้จักกันไปเรียบร้อยแล้วว่าToken คืออะไร ต่อไปน้องน่าอยู่จะพาทุกคนไปดูเรื่องควรรู้ก่อนลงทุนในโทเคนกันครับ เพราะการลงทุนมีความเสี่ยง เราจึงต้องศึกษาข้อมูลพื้นฐานเกี่ยวกับโทเคนให้ดี โดยเรื่องควรรู้ก่อนลงทุนในโทเคน มีดังนี้ครับ
- เช็คลิสต์ตอบ 5 คำถามเหล่านี้ให้ได้
- ใครเป็นผู้ออกโทเคน มีความน่าเชื่อถือหรือไม่ มีแนวโน้มในการเติบโตเป็นอย่างไร ผู้ออกโทเคนมีความชำนาญในตัวอุตสาหกรรมนั้น ๆ แค่ไหน โดยเราสามารถเช็คได้จากตลาดหลักทรัพย์หรือแหล่งข้อมุลอื่น ๆ ที่น่าเชื่อถือ
- โทเคนที่เราจะลงทุนเป็นโทเคนประเภทใด มีสภาพคล่องมากน้อยแค่ไหน ให้ผลตอบแทนในรูปของเงินหรือสิทธิประโยชน์เพื่อที่จะได้เลือกโทเคนที่ตรงกับเป้าหมายและความต้องการของเรา
- โทเคนการันตีผลตอบแทนคงที่หรือไม่ หรือขึ้นอยู่กับผลประกอบการ เป็นการตอบคำถามของตัวเราเองด้วยว่าเราจะรับเงื่อนไขและรับความเสี่ยงได้ไหม
- โทเคนมีความถี่ในการจ่ายผลตอบแทนทุก ๆ กี่เดือน
- ระยะเวลาในการถือครองโทเคนบังคับขั้นต่ำนานเท่าไหร่ เป็นการช่วยให้เราสามารถวางแผนการเงินในอนาคตของเราได้ด้วย หากมีการบังคับระยะเวลาถือครองนานอาจทำให้เราขาดสภาพคล่องทางการเงินได้
2. ทำความเข้าใจความเสี่ยงอื่นๆ ก่อนลงทุน
ก่อนจะลงทุนซื้อโทเคน เราควรทำความเข้าใจความเสี่ยงในอุตสาหกรรมที่เป็นสินทรัพย์ของโทเคนด้วย ควรศึกษาแนวโน้มการเติบโตของธุรกิจประเภทนั้นว่าเติบโตได้ดีแค่ไหน มีผลกระทบอะไรที่อาจส่งผลต่อการทำกำไรของโครงการนั้นๆ บ้าง เป็นต้น อย่างตลาดอสังหาริมทรัพย์ก็มีแนวโน้มเติบโตขึ้น แต่มีผลกระทบที่จากเศรษฐกิจในประเทศที่อาจทำให้วงการอสังหาริมทรัพย์เกิดการชะลอตัวลงได้
สำหรับใครที่อยากศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับสินทรัพย์ สามารถตามไปอ่านกันต่อที่ ทำความรู้จักสินทรัพย์หมุนเวียน VS สินทรัพย์ไม่หมุนเวียน ต่างกันอย่างไร? ได้เลยครับ
3. ตรวจสอบคุณสมบัติของเรา
เราควรอ่านรายละเอียดเงื่อนไขและตรวจสอบคุณสมบัติของเราให้ดีว่าสามารถลงทุนในโทเคนที่เรากำลังสนใจได้หรือไม่ เพราะบางโทเคนเปิดให้เฉพาะนักลงทุนรายใหญ่เท่านั้น แต่บางโทเคนก็เปิดโอกาสให้นักลงทุนรายย่อยสามารถร่วมลงทุนได้ เพราะฉะนั้นน้องน่าอยู่แนะนำว่าอย่าลืมอ่านเงื่อนไขโทเคนให้ดีก่อนลงทุนด้วยนะครับ
โทเคนในวงการอสังหาริมทรัพย์

ไม่นานมานี้บางคนอาจเคยได้ยินข่าวว่าธนาคารลดอัตราการปล่อยสินเชื่อในวงการอสังหาริมทรัพย์ลง ซึ่งส่งผลให้ตลาดอสังหาฯมีความซบเซา บริษัทอสังหาจึงได้ออกโทเคน เพื่อระดมทุนสร้างโครงการ โดยให้ทุกคนสามารถเข้ามาร่วมลงทุนและเป็นเจ้าของสินทรัพย์ได้ในราคาหลักร้อย เรียกได้ว่าโทเคนมาปฏิวัติการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์เลยครับ ซึ่งในบทความนี้น้องน่าอยู่ได้นำตัวอย่างโทเคนของบริษัทยักษ์ใหญ่ในวงการอสังหาริมทรัพย์ที่น่าสนใจมากฝากทุกคนกัน จะมีรายละเอียดยังไงบ้าง ตามไปดูกันเลยครับ
RealX
โทเคนดิจิทัลอสังหาริมทรัพย์น้องใหม่ที่พึ่งเปิดให้ลงทุนเมื่อปี 2566 ให้คุณสามารถร่วมเป็นเจ้าของคอนโดทำเลทองในกรุงเทพได้ ในราคาลงทุนเริ่มต้นเพียง182บาท ต่อตารางนิ้ว ซึ่งต่างจากในอดีตที่หากจะลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ต้องใช้เงินจำนวนมากเลยทีเดียว
สำหรับโทเคนดิจิทัล RealX นั้น มีคอนโดมิเนียมเป็นสินทรัพย์อ้างอิง จาก 3 ทำเลทองในกรุงเทพที่มีแนวโน้มจะมีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้นในอนาคต ได้แก่
- พาร์ค ออริจิ้น พร้อมพงษ์
- พาร์ค ออริจิ้น พญาไท
- พาร์ค ออริจิ้น ทองหล่อ
รวม 3 คอนโด ไม่เกิน 361 ยูนิต ได้รับการจัดสรรที่จำนวนประมาณ 19 ล้านโทเคน รวมมูลค่าทั้งสิ้นไม่เกิน 3,500 ล้านบาท
โดยผู้ลงทุนสามารถลงทุนในโทเคนดิจิทัล RealX ได้ คนละไม่เกิน 300,000 บาท และมีอายุโครงการ 10 ปีนับจากวันที่เริ่มโครงการ ในช่วง 5 ปีแรกจะได้รับผลตอบแทนอย่างสม่ำเสมอและมีความเสี่ยงค่อนข้างต่ำ ส่วนในปีที่ 6-10 จะมีการขายคอนโดมิเนียมตามแผนงานที่กำหนดไว้เพื่อจ่ายคืนแก่นักลงทุน ซึ่งผลตอบแทนอาจเปลี่ยนไปตามสภาพเศรษฐกิจ ดังนั้นผู้ที่ลงทุนในโทเคนต้องยอมรับความเสี่ยงและทำความเข้าใจการลงทุนในโลกดิจิทัลด้วยนะครับ โดยสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ ที่นี่ เลยครับ
SiriHub Token
SiriHub Token โทเคนดิจิทัลเพื่อการลงทุนที่อ้างอิงหรือมีกระแสรายรับจากอสังหาริมทรัพย์ตัวแรกในประเทศไทยที่ได้รับการกำกับดูแลโดยสำนักงาน ก.ล.ต. ในปี 2564 โดยสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนโดยมีสินทรัพย์เป็นโครงการ สิริ แคมปัส ที่มีกระแสรายรับต่อเนื่องจากสัญญาเช่าระยะยาวถึง 12 ปี กับบริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน)
SiriHub Token กระจายโอกาสให้นักลงทุนทุกกลุ่ม โดยเสนอราคาขายเพียง 10 บาทต่อโทเคน และมูลค่าการจองซื้อขั้นต่ำเพียง 10 บาทเท่านั้น มีการเสนอขายจำกัดที่ 240 ล้านโทเคน เพื่อระดมทุน 2,400 ล้านบาท โดยผู้ลงทุนสามารถเลือกลงทุนได้ 2 กลุ่ม คือ
- สิริฮัป A (SiriHubA) มอบส่วนแบ่งรายได้รายไตรมาส 4.5% ต่อปี
- สิริฮัป B (SiriHubB) มอบส่วนแบ่งรายได้รายไตรมาส 8% ต่อปี
และทั้ง 2 กลุ่มจะได้ส่วนแบ่งรายได้จากการจำหน่ายทรัพย์สินเมื่อสิ้นสุดโครงการ ตามรายละเอียดที่ระบุไว้ในหนังสือชี้ชวน ดังนั้นใครที่สนใจลงทุนในโทเคนไม่ว่าจะเป็นของบริษัทใดก็ตาม อย่าลืมอ่านรายละเอียดในหนังสือชี้ชวนให้ดีนะครับ โดยสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ ที่นี่ เลยครับ
บทสรุป
จบกันไปแล้วกับสาระน่ารู้เกี่ยวกับโทเคนที่น้องน่าอยู่นำมาฝากทุกคนกัน จะเห็นได้ว่าการลงทุนในโทเคนเป็นอีกหนึ่งช่องทางที่น่าสนใจใช่มั้ยล่ะครับ หวังว่าจะเป็นประโยชน์สำหรับใครที่กำลังศึกษาความรู้เกี่ยวกับโทเคนจะมีความเข้าใจมากขึ้นนะครับ อย่างไรก็ตามนี่เป็นเพียงข้อมูลเบื้องต้นเท่านั้น ทุกคนอย่าลืมศึกษารายละเอียดในหนังสือชี้ชวน เพื่อความเข้าใจลักษณะของผลิตภัณฑ์ เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องหรือสอบถามผู้เชี่ยวชาญก่อนทำธุรกรรมใด ๆ เกี่ยวกับโทเคนกันด้วยนะครับ
สำหรับใครที่กำลังมองหาซื้อโครงการคอนโดใหม่อยู่ สามารถเข้ามาเลือกชม โครงการคอนโดใหม่พร้อมอยู่ ได้ที่เว็บไซต์น่าอยู่ แหล่งรวมประกาศขายคอนโด โครงการบ้านจัดสรร แนะนำโครงการใหม่พร้อมอยู่ทุกทำเล ที่มาพร้อมกับดีไซน์ สไตล์ที่หลากหลาย ตอบโจทย์การใช้ชีวิตตามไลฟ์สไตล์ที่คุณชอบ มีให้เลือกหลายโครงการและยังมีสาระน่ารู้ต่าง ๆ เกี่ยวกับบ้านที่น่าสนใจมาให้ทุกคนได้อ่านกันอีกด้วยครับ
บทความแนะนำ
อ้างอิง
กดติดตาม "น่าอยู่" เพื่อ หาบ้านมือ 1, หาคอนโด, บ้านมือ 2, ที่ดิน รวมถึงหาเช่า/หอพักทั่วประเทศเพิ่มเติมได้ที่บนเว็บไซต์