การตัดสินใจเอาบ้านเข้าธนาคารเป็นอีกหนึ่งทางเลือกทางการเงินที่คุ้มค่าสำหรับเจ้าของอสังหาริมทรัพย์ ไม่ว่าจะเป็นบ้านเดี่ยว ทาวน์โฮมหรืออาคารพาณิชย์ที่ผ่อนชำระหมดแล้ว ก็สามารถเปลี่ยนกรรมสิทธิ์บ้านเป็นเงินก้อนได้ ซึ่งวันนี้น้อง “น่าอยู่” จะพาทุกคนไปดูรายละเอียดการเตรียมตัวและขั้นตอนการยื่นกันครับ
การเอาบ้านเข้าธนาคารหรือสินเชื่อบ้านแลกเงินคืออะไร?

การเอาบ้านเข้าธนาคารหรือสินเชื่อบ้านแลกเงิน (Home for cash) คือสินเชื่อที่ให้เจ้าของกรรมสิทธิ์อสังหาฯ “ที่ไม่มีภาระหนี้” เอาโฉนดมาเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันกับธนาคารเพื่อขอกู้เงินก้อน โดยธนาคารจะพิจารณาวงเงินจากราคาประเมินของตัวบ้านและที่ดิน ประกอบกับความสามารถในการชำระหนี้ของผู้กู้ครับ
เอาบ้านเข้าธนาคาร เหมาะกับใคร?
เหมาะสำหรับคนที่ต้อต้องการปิดหนี้บัตรเครดิตที่มีดอกเบี้ยสูง
- เจ้าของธุรกิจที่ต้องการเงินทุนสำรอง
- คนที่ต้องการรีโนเวทหรือปรับปรุงบ้าน
- คนที่วางแผนจัดการมรดกหรือค่าใช้จ่ายจำเป็นในครอบครัว
สำหรับเพื่อน ๆ คนไหนที่เช็กแล้วคิดว่าตัวเองคือหนึ่งในคนที่กำลังต้องการเงินก้อนเพื่อจัดการภาระต่าง ๆ และยังไม่แน่ใจว่าจะกู้ได้เท่าไหร่ ลองเข้ามาปรึกษาผู้เชี่ยวชาญผ่าน "บ้านพร้อม" ได้เลยครับ
หากต้องการเอาบ้านเข้าธนาคาร ต้องใช้เอกสารสำคัญอะไรบ้าง?
การเตรียมเอกสารที่ครบถ้วนจะช่วยให้ผ่านกระบวนการพิจารณาของธนาคารได้รวดเร็วและง่ายขึ้น โดยสามารถแบ่งออกเป็น 3 กลุ่มหลัก ๆ ดังนี้ครับ

1. กลุ่มเอกสารยืนยันตัวตนส่วนบุคคล
ประเภทเอกสารพื้นฐานเพื่อใช้ยืนยันตัวตนของผู้กู้จะประกอบไปด้วย
- สำเนาบัตรประชาชน
- สำเนาทะเบียนบ้าน
- ใบหลักฐานการเปลี่ยนชื่อ นามสกุล (ถ้ามี)
- ทะเบียนสมรส หรือใบหย่า (ถ้ามี)
2. กลุ่มเอกสารแสดงกรรมสิทธิ์หลักประกัน
กลุ่มเอกสารแสดงกรรมสิทธิ์บ้าน เป็นส่วนสำคัญที่ธนาคารจะใช้ประเมินมูลค่าเงินกู้ที่เราจะได้รับได้แก่
- โฉนดที่ดินตัวจริง (หรือสำเนาโฉนดทุกหน้า)
- รูปถ่ายตัวบ้าน (โดยต้องเห็นทางด้านหน้า ด้านข้าง และด้านในบ้าน)
- แผนที่ตั้งของบ้านแบบคร่าว ๆ
3. กลุ่มเอกสารแสดงที่มาของรายได้
เอกสารแสดงที่มาของรายได้จะเป็นหลักฐานสำคัญที่ให้ธนาคารประเมินความสามารถในการผ่อนชำระเป็นหลักซึ่งต้องใช้เอกสารดังนี้
- สลิปเงินเดือนย้อนหลัง 3-6 เดือน หรือหนังสือรับรองเงินเดือน
- Statement บัญชีเงินเดือนย้อนหลัง 6 เดือน
- เอกสารการเสียภาษี (ถ้ามี)
กรณีเป็นเจ้าของกิจการที่อยากเอาบ้านเข้าธนาคาร ต้องยื่นหลักฐานอะไรเพิ่มเติมไหม?
ในการยื่นขอสินเชื่อของเจ้าของธุรกิจหรือกิจการส่วนตัว ธนาคารจะเน้นตรวจสอบความเคลื่อนไหวทางการเงินของธุรกิจและหลักฐานการประกอบกิจการโดยควรที่จะต้องเตรียมเอกสารสำคัญเพิ่มเติมดังนี้
- Statement ย้อนหลัง 6 เดือน ซึ่งควรใช้ทั้งบัญชีเงินฝากส่วนตัวและบัญชีที่ใช้ในนามธุรกิจ เพื่อแสดงรายได้หมุนเวียนที่สม่ำเสมอ
- หนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล (อายุไม่เกิน 3-6 เดือน ตามเงื่อนไขของธนาคาร)
- ภาพถ่ายของกิจการหรือหน้าร้าน พร้อมแผนที่ตั้งบริษัท เจ้าหน้าที่ตรวจสอบข้อมูลธุรกิจได้ง่ายขึ้น
- สำเนาบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้นหรือบอจ. 5 (ถ้ามี) เพื่อแสดงสัดส่วนความเป็นเจ้าของให้ชัดเจน
5 ขั้นตอนในการเอาบ้านเข้าธนาคารให้ผ่านฉลุยมีอะไรบ้าง?
ก่อนที่ทุกคนจะทำการเอาบ้านเข้าธนาคารเพื่อเปลี่ยนเป็นเงินก้อน เราควรรู้วิธีการเตรียมตัวและเข้าใจกระบวนการของธนาคาร โดยน้อง “น่าอยู่” สรุปขั้นตอนสำคัญที่จะช่วยให้เพื่อน ๆ ได้รับอนุมัติวงเงินที่คุ้มค่ามาให้ดังนี้ครับ

1. การเปรียบเทียบเงื่อนไขและดอกเบี้ยจากหลายสถาบันการเงิน
ก่อนที่จะทำเรื่องเอาบ้านเข้าธนาคาร จำเป็นต้องเปรียบเทียบธนาคารอย่างน้อย 2-3 ที่ เพื่อเปรียบเทียบอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อบ้านแลกเงิน วงเงินอนุมัติ และระยะเวลาผ่อนชำระ รวมถึงเงื่อนไขเรื่องค่าปรับกรณีปิดสัญญาก่อนกำหนด เพื่อให้ได้ตัวเลือกที่ลงตัวและเหมาะสมกับแผนการเงินของเราที่สุดครับ
2. การกรอกแบบฟอร์มคำขอและส่งมอบเอกสารให้เจ้าหน้าที่
เมื่อเราได้ธนาคารที่ต้องการ ก็ให้ยื่นแบบฟอร์มที่กรอกแล้วพร้อมเอกสารที่เตรียมไว้ โดยธนาคารจะพิจารณาจากโฉนดที่ดินที่ต้องปลอดภาระหนี้ และไม่ติดจำนองที่อื่น หรือถ้ายังผ่อนไม่หมด อาจจะได้เลือกใช้วิธีการรีไฟแนนซ์แทน
3. ขั้นตอนการเข้าประเมินมูลค่าทรัพย์สินหน้างานจริง
หลังจากที่ตรวจสอบเอกสารเบื้องต้นผ่านแล้ว ธนาคารจะส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่มาเช็คสภาพบ้านจริงเพื่อตีราคาประเมิน ซึ่งขั้นตอนนี้อาจมีค่าใช้จ่ายประมาณ 1,500 - 3,000 บาท โดยจะขึ้นอยู่กับโปรโมชั่นของแต่ละธนาคาร ซึ่งราคาประเมินบ้านจะเป็นตัวกำหนดว่าเราจะได้รับวงเงินมากน้อยแค่ไหน
4. การแจ้งผลอนุมัติและข้อเสนอวงเงินขั้นสุดท้าย
เมื่อประเมินเสร็จ ธนาคารจะแจ้งผลอนุมัติพร้อมวงเงินสุทธิและอัตราดอกเบี้ยมาให้เราทราบ ซึ่งถ้าเราได้รับการอนุมัติจากหลาย ๆ ที่ ก็สามารถเลือกข้อเสนอที่ดีที่สุดและตรงใจที่สุดก่อนจะตกลงรับวงเงินได้ครับ
5. การทำสัญญาและจดจำนอง ณ กรมที่ดิน
ขั้นตอนสุดท้ายคือการนัดเซ็นสัญญาเงินกู้และจดจำนอง ณ กรมที่ดินในเขตที่บ้านตั้งอยู่ครับ ในวันทำสัญญาอาจมีค่าใช้จ่ายที่ต้องสำรองไว้ หรือเป็นการหักจากวงเงินที่ได้รับก่อนมอบเงินส่วนที่เหลือให้เราแทน โดยที่เราไม่ต้องสำรองเงินจ่ายก็ได้ครับ
ก่อนตัดสินใจเอาบ้านเข้าธนาคาร มีค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายอะไรที่ต้องระวังบ้าง?
ก่อนเอาบ้านเข้าธนาคารเพื่อแลกเงินก้อน เราควรต้องคำนึงถึงค่าธรรมเนียมเบื้องต้นที่เราต้องชำระเพิ่มเติมในการทำเรื่องขออนุมัติดังนี้
- ค่าจดจำนอง: คิดเป็น 1% ของวงเงินสินเชื่อ (บางธนาคารอาจจะมีโปรโมชั่นฟรีค่าจดจำนองให้ด้วย)
- ค่าอากรแสตมป์: คิดเป็น 0.05% ของวงเงินกู้ โดยมีค่าใช้จ่ายสูงสุดไม่เกิน 10,000 บาท
- ค่าประเมินหลักทรัพย์: เป็นค่าใช้จ่ายเพื่อให้เจ้าหน้าที่เข้ามาประเมินสภาพบ้านจริงเพื่อตั้งราคาตลาด
- ค่าเบี้ยประกัน: ประกอบด้วยประกันอัคคีภัยตามกฎหมาย และประกันชีวิตคุ้มครองสินเชื่อ MRTA ตามความสมัครใจครับ
- ค่าธรรมเนียมจัดการสินเชื่อ: ขึ้นอยู่กับนโยบายของแต่ละธนาคารครับ
ข้อดีและข้อเสียของการเอาบ้านเข้าธนาคารเมื่อเทียบกับสินเชื่อประเภทอื่นเป็นอย่างไร?
การเอาบ้านเข้าธนาคารอาจตอบโจทย์สำหรับคนที่ต้องการเอาบ้านไปแลกเงินก้อน แต่ก็มีรายละเอียดข้อดีและข้อเสียที่ต้องเปรียบเทียบก่อนตัดสินใจ ได้แก่
ข้อดีของการเอาบ้านเข้าธนาคาร
- ดอกเบี้ยถูกกว่าสินเชื่อบุคคล: ถึงแม้อัตราดอกเบี้ยบ้านแลกเงินจะสูงกว่าการกู้ซื้อบ้านใหม่ แต่ก็ยังถือว่าประหยัดกว่าการไปกู้สินเชื่อส่วนบุคคลที่มีดอกเบี้ยแพงกว่าค่อนข้างเยอะครับ
- เป็นตัวเลือกที่ดีในการเสริมสภาพคล่องทางการเงิน: ถือเป็นตัวเลือกที่เหมาะสมและเป็นประโยชน์กับภาระทางการเงินมากกว่าการกู้แบบอื่น
ข้อเสียและข้อควรระวังก่อนตัดสินใจเอาบ้านเข้าธนาคาร
- เงื่อนไขอาจไม่ยืดหยุ่นเท่าการกู้บ้านใหม่: โดยส่วนใหญ่สินเชื่อบ้านแลกเงินจะมีอัตราดอกเบี้ยที่สูงกว่า วงเงินอนุมัติที่น้อยกว่า และระยะเวลาการผ่อนชำระที่สั้นกว่าเมื่อเทียบกับการกู้ซื้อบ้านใหม่หรือการรีไฟแนนซ์
- มีค่าใช้จ่ายก้อนแรก: ก่อนที่จะได้รับเงินโอนเข้าบัญชี เราอาจจะต้องเตรียมเงินสำรองหลักหมื่นสำหรับค่าธรรมเนียมต่าง ๆ ครับ
บทส่งท้าย
การเอาบ้านเข้าธนาคารเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับขอสินเชื่อบ้านแลกเงิน ซึ่งจำเป็นต้องศึกษาวิธีเตรียมตัวและเอกสารให้พร้อม พร้อมเปรียบเทียบข้อเสนอและเช็กเงื่อนไขส่วนลดอัตราดอกเบี้ยของแต่ละธนาคารก่อนตัดสินใจเพื่อให้ได้รับความคุ้มค่าที่สุดครับ
สำหรับใครที่กำลังมองหาความรู้เรื่องการกู้บ้าน หรือต้องการหาบ้านสวยๆในทำเลที่ถูกใจ ไม่ว่าจะเป็นบ้านเดี่ยว, บ้านแฝด, คอนโดและทาวน์โฮม ได้ที่เว็บไซต์ “น่าอยู่” แหล่งรวมสาระข้อมูลเรื่องบ้านและอสังหาฯ อีกมากมายครับ
คำถามที่พบบ่อย
1. บ้านที่ยังผ่อนไม่หมดหรือติดจำนองอยู่ สามารถเอาเข้าธนาคารเพื่อแลกเงินได้ไหม?
Answer: สามารถทำได้ในรูปแบบการ “รีไฟแนนซ์” พร้อมขอวงเงินกู้เพิ่ม (Top-up) ครับ แต่วงเงินรวมต้องไม่เกินสัดส่วนที่ธนาคารกำหนดเทียบกับราคาประเมินปัจจุบัน
2. ระยะเวลาในการพิจารณาจนถึงวันรับเงินโอนเข้าบัญชี ปกติใช้เวลานานกี่วัน?
Answer: โดยปกติจะใช้เวลา 7-14 วันทำการ ขึ้นอยู่กับการเตรียมตัวและเตรียมเอกสารพร้อมการนัดหมายประเมินทรัพย์สินครับ
3. อัตราดอกเบี้ยของสินเชื่อบ้านแลกเงิน แพงกว่าดอกเบี้ยกู้ซื้อบ้านใหม่มากน้อยแค่ไหน?
Answer: อัตราดอกเบี้ยของสินเชื่อบ้านแลกเงินมักจะสูงกว่าดอกเบี้ยกู้ซื้อบ้านใหม่ประมาณ 1-2 %
