การซื้อบ้านหลังใหม่เปรียบเสมือนการเริ่มต้นบทใหม่ของชีวิต ไม่ว่าจะบ้านมือหนึ่งหรือบ้านมือสอง เมื่อเราเข้าไปอยู่บ้านหลังใหม่สิ่งแรก ๆ ที่คนไทยเราให้ความสำคัญคือการ อัญเชิญพระเข้าบ้าน เพื่อความเป็นสิริมงคลและให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ช่วยคุ้มครองคนในบ้าน
และหลายคนอาจกังวลว่าต้องนิมนต์พระสงฆ์มาทำพิธีใหญ่โต แต่ในความเป็นจริงเจ้าบ้านสามารถทำพิธีอัญเชิญพระประธานเข้าบ้านด้วยตัวเองได้ง่าย ๆ และถูกต้องตามหลัก เพื่อเสริมความเฮงตั้งแต่ก้าวแรกที่ย้ายเข้าครับ
ทำไมคนซื้อบ้านใหม่ ต้องอัญเชิญพระเข้าบ้าน ?

ในทางพุทธศาสนาหรือความเชื่อประเพณี การอัญเชิญพระพุทธรูปมาประดิษฐานเป็น “พระประธาน” ของบ้าน มีความหมายถึงการยกย่องให้พระธรรมส่องนำทางชีวิต ซึ่งช่วยให้สมาชิกในบ้านมีสติและจิตใจที่สงบ นอกจากนี้ตามความเชื่อไทยเรายังถือเป็นการบอกกล่าวเจ้าที่เจ้าทางว่าจะมาอยู่อาศัยในบ้านหลังใหม่ เพื่อให้ท่านช่วยปกป้องคุ้มครองและประทานพรโชคลาภความสุขมาให้
เช็กลิสต์ของที่ต้องเตรียม อัญเชิญพระเข้าบ้านต้องใช้อะไรบ้าง ?

ก่อนจะเริ่มพิธีอัญเชิญพระเข้าบ้านเพื่อเป็นสิริมงคลให้กับบ้านและคนในครอบครัว เราควรจัดเตรียมของมงคลให้ครบถ้วนเพื่อแสดงถึงความตั้งใจและศรัทธาดังนี้
- พระพุทธรูป (พระประธาน): พระพุทธรูปประจำบ้านควรจัดให้เหมาะสมกับบ้าน ไม่ว่าจะองค์เล็กองค์ใหญ่ก็ได้ และควรเป็นปางที่เจ้าบ้านศรัทธา เช่น พระพุทธชินราช หรือพระแก้วมรกต
- ดอกไม้ ธูป เทียน: ใช้ดอกไม้มงคล (ดาวเรือง, กุหลาบ, มะลิ) พร้อมธูป 3 ดอก และเทียน 1 คู่
- ผลไม้มงคลและน้ำสะอาด: เช่น กล้วยหอม, ส้ม, สับปะรด (หลีกเลี่ยงผลไม้ชื่อไม่เป็นมงคล)
- ข้าวสาร อาหารแห้ง: สื่อถึงความกินดีอยู่ดี มีกินมีใช้ไม่ขาดมือ
- เงินเหรียญหรือธนบัตร: เอาไปใส่ไว้ในถังข้าวสารหรือวางไว้ที่หิ้งเพื่อเคล็ดลับเรียกทรัพย์
5 ขั้นตอนอัญเชิญพระเข้าบ้านใหม่ด้วยตัวเอง

การทำพิธีอัญเชิญพระเข้าบ้านด้วยตัวเองไม่ยาก ถ้าเราเตรียมตัวตามลำดับขั้นตอนที่ถูกต้อง ก็สามารถสร้างความเป็นสิริมงคลได้ โดยมี 5 ขั้นตอนสำคัญดังนี้ครับ
1. หาฤกษ์อัญเชิญพระเข้าบ้าน
คำถามยอดฮิตที่เจ้าของบ้านใหม่มักจะสงสัยคือ “อัญเชิญพระเข้าบ้านวันไหนดี?” นอกจากการดูวันธงชัยตามปฏิทินมงคลหรือวัน 15 ค่ำแล้ว การเลือกฤกษ์ที่ถูกโฉลกกับวันเกิดของเจ้าบ้าน จะยิ่งช่วยเสริมพลังบวกให้กับที่อยู่อาศัยได้ดียิ่งขึ้น อย่างเช่น
- เกิดวันอาทิตย์และวันพฤหัสบดี: แนะนำทำพิธีวันจันทร์หรือวันพฤหัสบดี จะช่วยเสริมความสงบสุขร่มเย็น (ควรหลีกเลี่ยงวันอังคารและวันศุกร์)
- เกิดวันจันทร์: แนะนำวันพุธหรือวันศุกร์ เพื่อให้ชีวิตราบรื่นไร้อุปสรรค (ควรหลีกเลี่ยงวันอาทิตย์)
- เกิดวันอังคารและวันศุกร์: แนะนำวันศุกร์ ซึ่งจะช่วยให้ครอบครัวอบอุ่นรักกันแน่นแฟ้น (ควรหลีกเลี่ยงวันจันทร์และวันอาทิตย์)
- เกิดวันพุธและวันเสาร์: แนะนำวันศุกร์หรือวันเสาร์ เพื่อดึงดูดโชคลาภ (ควรหลีกเลี่ยงวันอาทิตย์เพราะอาจทำให้พลังงานในบ้านไม่นิ่ง)
อย่างไรก็ตาม ถ้าไม่สามารถหาฤกษ์ที่ตรงตามวันเกิดได้ การใช้ฤกษ์สะดวกที่สมาชิกทุกคนในบ้านพร้อมหน้า ก็นับเป็นฤกษ์มงคลที่ทำให้บ้านเต็มไปด้วยพลังบวกเหมือนกันครับ
2. กำหนดและจัดเตรียมพื้นที่
การเตรียมบ้านให้พร้อมก่อนอัญเชิญพระเข้าบ้าน ต้องทำความสะอาดตำแหน่งหิ้งพระหรือจัดอุปกรณ์ที่ต้องเตรียมสำหรับโต๊ะหมู่บูชาให้สะอาด ไม่มีฝุ่นละออง และควรตั้งอยู่ในจุดที่สูงที่สุดของบ้าน กรณีเป็นบ้านสองชั้นขึ้นไป ควรจัดวางไว้ชั้นบนสุดเพื่อความเหมาะสม
3. ทำพิธีอัญเชิญพระเข้าบ้าน
เมื่อเราเตรียมมุมหิ้งพระหรือโต๊ะหมู่บูชาเรียบร้อยแล้ว ให้คนที่อาวุโสสุดในบ้านเป็นคนอุ้มพระประธาน โดยให้องค์พระหันหน้าออกไปทางหน้าบ้าน เหมือนท่านกำลังเดินนำทางเข้าบ้านใหม่ จากนั้นก็ก้าวเท้าขวาเข้าบ้านเป็นก้าวแรกเพื่อความเป็นสิริมงคล แล้วค่อยเอาองค์พระไปประดิษฐานบนหิ้งหรือโต๊ะหมู่บูชาที่เตรียมไว้
4. กล่าวบทสวดและคำถวาย
เมื่อประดิษฐานพระเรียบร้อยแล้ว จะใช้ธูป 3 ดอก และเทียน 1 คู่ และจุดตามลำดับการจุดธูปเทียน เพื่อบูชาพระรัตนตรัย ซึ่งการกล่าวคาถาอัญเชิญพระเข้าบ้านจะเป็นสิ่งที่ช่วยเสริมพลังงานบวก และสร้างสติให้กับคนในบ้าน โดยเริ่มจากตั้ง นะโม 3 จบ ซึ่งผลบุญของการสวดบทมงคลนี้จะช่วยเรื่อง
- เมตตามหานิยม: ให้คนในบ้านรักใคร่กลมเกลียวกัน
- แคล้วคลาดปลอดภัย: คุ้มครองจากภัยอันตราย โรคร้าย และสิ่งไม่ดีที่จะเข้ามารบกวน
- เรียกทรัพย์รับโชค: เพื่อเปิดทางให้สิริมงคลและโชคลาภหลั่งไหลเข้ามาสู่บ้านใหม่
5. การอธิษฐานจิตและกรวดน้ำ
ขั้นตอนสุดท้ายคือการนั่งสมาธิสั้น ๆ 5-10 นาที เพื่อแผ่เมตตาและอธิษฐานจิตขอพรให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครองทุกคนในครอบครัว จากนั้นถ้ามีน้ำมนต์จากวัดที่เคารพศรัทธา ก็สามารถเอามาพรมรอบบ้านเพื่อเป็นการชำระล้างพลังงานลบและปัดเป่าสิ่งไม่ดีออกไป
ทิศต้องห้าม วางพระตรงนี้ระวังขัดโชคลาภ

นอกจากการเลือกทิศมงคลแล้ว การเลือกตำแหน่งที่ตั้งก็สำคัญไม่แพ้กันครับ เพราะถ้าวางในจุดที่ไม่เหมาะสมตามหลักฮวงจุ้ย อาจทำให้คนในบ้านรู้สึกอึดอัดหรือขัดโชคลาภได้ โดยจุดต้องห้ามที่ควรเลี่ยงสำหรับการจัดหิ้งพระในบ้านได้แก่
- ห้ามวางใต้บันได: เพราะบันไดมีคนเดินผ่านไปมาเหนือศีรษะ การวางพระในจุดนี้ถือเป็นการไม่ให้เกียรติและลดทอนความศักดิ์สิทธิ์
- ห้ามหันหน้าพระเข้าหาห้องน้ำ: ห้องน้ำคือแหล่งรวมพลังงานลบและความชื้น การหันหน้าพระเข้าหาห้องน้ำหรือติดหิ้งพระบนผนังห้องน้ำ เชื่อว่าจะทำให้โชคลาภเสื่อมถอย เงินทองรั่วไหล
- ห้ามวางไว้ในห้องนอน: ไม่ควรวางเพราะห้องนอนเป็นพื้นที่ส่วนตัว แต่ถ้าต้องวางในห้องนอนไม่ควรให้ปลายเท้าหันไปทางหิ้งพระ
แนะนำศึกษาไอเดียวิธีจัดหิ้งพระในบ้านให้สวยงามและถูกหลักฮวงจุ้ยเพื่อเสริมบารมีเจ้าของบ้าน
บทส่งท้าย
การอัญเชิญพระเข้าบ้านถือเป็นพิธีกรรมตามความเชื่อทางพระพุทธศาสนาบ้านเรา รวมทั้งเป็นการสร้างความมั่นใจและความสงบสุขให้คนในบ้าน ตามหลักการพิธีกรรมที่ถูกต้อง ซึ่งเมื่อเราอยู่บ้านที่มีรากฐานจิตใจที่ดี สมาชิกในบ้านก็จะอยู่อย่างมีความสุข
และสำหรับใครที่กำลังมองหาบ้านที่ออกแบบพื้นที่สำหรับบูชาพระของสายมู ไม่ว่าจะเป็นบ้านเดี่ยว, บ้านแฝด, คอนโดและทาวน์โฮม สามารถเข้ามาเลือกชมโครงการคุณภาพได้ที่เว็บไซต์ “น่าอยู่” แหล่งรวมข้อมูลอสังหาฯ ที่ช่วยให้การซื้อบ้านเป็นเรื่องง่ายขึ้นครับ
คำถามที่พบบ่อย
1. ไม่มีฤกษ์มงคล จะอัญเชิญพระเข้าบ้านได้ไหม ?
Answer : ได้ครับ ถ้าสมาชิกในบ้านพร้อมหน้าพร้อมตาแล้วทำด้วยเจตนาที่ดี วันไหนก็ถือเป็นวันมงคลได้เหมือนกันครับ
2. ทำพิธีเชิญพระเข้าบ้าน ต้องจุดธูปกี่ดอก ?
Answer : จุด 3 ดอก เพื่อบูชาพระพุทธ พระธรรม และพระสงฆ์ครับ
3. ไม่นิมนต์พระ จะอัญเชิญพระพุทธรูปเข้าบ้านได้ไหม ?
Answer : ไม่ต้องนิมนต์ก็ได้ครับ เจ้าบ้านสามารถอัญเชิญพระเข้าบ้านได้เองเลยตามขั้นตอนพิธีกรรมที่ถูกต้อง
