ใครกำลังตัดสินใจเปลี่ยนชื่อใหม่ เพราะเรื่องดวง แก้เคล็ดเสริมมงคล หรืออยากเริ่มต้นชีวิตใหม่ด้วยชื่อใหม่ที่ เป็นสิ่งที่ใครหลายๆคนให้ความสำคัญกันการเปลี่ยนชื่อไม่ได้จบแค่ตั้งชื่อสวยๆความหมายดี แต่ยังมีกระบวนการทางกฎหมายและเอกสารที่ต้องเตรียม แล้วเปลี่ยนชื่อต้องใช้อะไรบ้าง ต้องไปที่ไหน น้องน่าอยู่จะบอกให้เองแบบละเอียดยิบ ตั้งแต่เริ่มจนได้บัตรประชาชนใหม่ ไปเปลี่ยนชื่อได้อย่างมั่นใจแน่นอน และสำหรับใครที่หาไอเดียชื่อมงคลอยู่สามารถเข้าไปอ่านที่บทความ [เปลี่ยนชื่อจริงมงคล] กันได้นะครับ

เรื่องสำคัญที่ต้องรู้ก่อนเปลี่ยนชื่อ

เรื่องสำคัญก่อนเปลี่ยนชื่่อ

ก่อนที่เราจะไปถึงขั้นตอนของเอกสารสิ่งที่ควรทำก่อนอย่างแรกคือตรวจสอบคุณสมบัติ และชื่อที่จะตั้งกันให้ดีก่อนครับ เพราะตามพระราชบัญญัติชื่อบุคคล พ.ศ. 2505 กำหนดไว้ว่าชื่อใหม่ต้องมีเกณฑ์ตามนี้

  • ชื่อต้องไม่เกิน 3 พยางค์ (บางกรณี) และไม่มีความหมายหยาบคาย
  • ชื่อต้องไม่ไปซ้ำกับราชทินนามหรือนามสกุลพระราชทาน
  • ถ้าเป็นผู้เยาว์ (อายุไม่ถึง 15 ปี) ต้องให้ผู้ปกครองเป็นคนดำเนินการแทน

บางคนคนอาจจะไปเริ่มที่หาพระหรือหาซินแสเพื่อหาชื่อก่อน แต่แนะนำว่าอย่าลืมเช็กความหมายของชื่อกันก่อน เพราะเจ้าหน้าที่จะถามความหมายของชื่อใหม่ก่อนจะทำการอนุมัติ ถ้าเราตอบไม่ได้หรือความหมายไม่ชัดเจน อาจจะทำให้ขั้นตอนล่าช้าได้ครับ

เช็กลิสต์! เปลี่ยนชื่อต้องใช้อะไรบ้าง (ฉบับเอกสารครบ จบในรอบเดียว)

เปลี่ยนชื่อต้องใช้อะไรบ้าง

มาเตรียมเอกสารให้ครบกันตกหล่นกันครับ จะได้ไม่ต้องไปอำเภอเสียเที่ยวเพราะเอกสารตกหล่น น้องน่าอยู่ลิสต์ไว้ให้แล้วว่าเปลี่ยนชื่อต้องใช้อะไรบ้าง

  • บัตรประจำตัวประชาชน (ตัวจริง): ต้องเป็นบัตรที่ยังไม่หมดอายุนะครับ ถ้าบัตรหมดอายุต้องทำบัตรใหม่ก่อนถึงจะเปลี่ยนชื่อได้
  • ทะเบียนบ้านฉบับเจ้าบ้าน (เล่มจริงสีน้ำเงิน): อันนี้สำคัญมาก! เพราะนายทะเบียนเขาจะต้องทำการจำหน่ายชื่อเดิมออก และ เพิ่มชื่อใหม่ลงไปในเล่มทะเบียนบ้านตัวจริงทันที เพราะฉะนั้นใครที่อยู่ในคอนโดหรือบ้านเช่า ต้องขอเล่มจริงจากเจ้าบ้านมาด้วยนะครับ
  • ใบเปลี่ยนชื่อ-นามสกุลเดิม (ถ้ามี): สำหรับคนที่เคยเปลี่ยนชื่อมาแล้ว 2-3 รอบ ควรพกหลักฐานการเปลี่ยนครั้งเก่าๆ ติดไปด้วย เผื่อกรณีในกรณีที่ข้อมูลในระบบไม่อัปเดต เจ้าหน้าที่จะได้ตรวจสอบได้ทันทีครับ
  • สูติบัตร (สำหรับผู้เยาว์): ในกรณีที่น้องๆ อายุยังไม่ถึง 15 ปี ต้องใช้ใบเกิดตัวจริงพร้อมบัตรประชาชนของพ่อแม่ประกอบด้วยครับ
  • ค่าธรรมเนียม: เตรียมเงินสดไว้ประมาณ 50-100 บาทครับ ไว้สำหรับค่าธรรมเนียมเปลี่ยนชื่อปัจจุบันอยู่ที่ 50 บาท แต่แนะนำให้พกแบงก์ย่อยไว้เผื่อค่าถ่ายเอกสารหรือค่าซองใส่ใบสำคัญด้วยครับ

เปิดขั้นตอนการไปเขตเพื่อเปลี่ยนชื่อ พร้อมสรุปสิ่งที่ต้องต่อ

ขั้นตอนการเปลี่ยนชื่อ

หลังจากที่เตรียมเอกสารกันเรียบร้อยแล้ว รู้แล้วว่าเปลี่ยนชื่อต้องใช้อะไรบ้าง ก็มาถึงขั้นตอนของการไปที่ที่ว่าการอำเภอหรือสำนักงานเขต ปกติแล้วจะมีขั้นตอนประมาณนี้ครับ

  1. ยื่นคำร้อง (ช.1): ถ้าถึงคิวแล้ว เจ้าหน้าที่จะให้เรากรอกแบบฟอร์ม ช.1 เพื่อแจ้งความประสงค์การเปลี่ยนชื่อ ตรงนี้เราต้องระบุเหตุผลที่เปลี่ยนชื่อด้วยนะครับ เพื่อความสิริมงคล หรือเป็นความเชื่อส่วนบุคคลแจ้งเจ้าหน้าที่เลย
  2. สัมภาษณ์เบื้องต้น: นายทะเบียนจะตรวจสอบชื่อใหม่ว่าขัดต่อกฎหมายไหม และสอบถามความหมายของชื่อเพื่อให้แน่ใจว่าชื่อนี้สามารถผ่านเกณฑ์ได้
  3. แก้ไขข้อมูลในทะเบียนบ้าน: เมื่ออนุมัติแล้ว เจ้าหน้าที่จะพิมพ์ชื่อใหม่ลงในเล่มทะเบียนบ้านสีน้ำเงิน
  4. รับใบ ช.3: นี่คือเอกสารที่สำคัญต่อจากนี้ไป มันเป็นกระดาษแผ่นเดียวที่ใช้ยืนยันว่าเราเปลี่ยนชื่อแล้ว ห้ามทำหายเด็ดขาด เพราะถ้าไปขอคัดสำเนาใหม่ค่อนข้างยุ่งยากครับ
  5. ทำบัตรประชาชนใบใหม่: พอเปลี่ยนชื่อเสร็จในระบบแล้ว เราสามารถขอทำบัตรประชาชนใบใหม่ได้เลยที่จุดบริการบัตร ซึ่งก็จะมีค่าธรรมเนียมทำบัตรใหม่เพิ่มอีก 100 บาทครับ

ห้ามลืม! หลังเปลี่ยนชื่อเสร็จต้องแจ้งที่ไหนต่อ?

เปลี่ยนชื่อแล้วต้องไปแจ้งที่ไหน

เรื่องจำเป็นที่ต้องทำต่อมาก็คือ ได้ใบ ช.3 มาแล้วเราต้องพาตัวเองพร้อมกับชื่อใหม่ไปติดต่อสถานที่เหล่านี้ด้วยครับ

  • ธนาคาร: เราต้องเอาใบ ช.3 ตัวจริงพร้อมบัตรประชาชนใหม่ไปแจ้งที่ธนาคารทุกที่ที่เรามีบัญชีอยู่ เพื่อที่จะได้เปลี่ยนชื่อหน้าสมุดบัญชีและข้อมูลในแอปฯ Mobile Banking ครับ
  • กรมการขนส่งทางบก: ใบขับขี่ของเรายังเป็นชื่อเก่าอยู่ เราควรหาเวลาไปทำใบขับขี่ใหม่เพื่อให้ข้อมูลตรงกันกับบัตรประชาชนครับ
  • สำนักงานประกันสังคมหรือกองทุนบำเหน็จบำนาญ: เราสามารถแจ้งฝ่ายบุคคล (HR) ที่ทำงานให้ช่วยประสานงานเรื่องการเปลี่ยนชื่อในระบบสวัสดิการต่างๆได้นะครับ
  • พาสปอร์ต: ถ้าเรามีชื่อเก่าอยู่ในเล่มพาสปอร์ต เราจะไม่สามารถใช้พาสปอร์ตเล่มนั้นเดินทางได้นะครับ จะต้องไปทำเล่มใหม่เท่านั้นกรมที่ดินหรือสัญญาเงินกู้: สำหรับใครที่มีทรัพย์สินเป็นชื่อตัวเอง อย่าลืมไปอัปเดตหลังโฉนดด้วยนะครับ
  • กรมที่ดินหรือสัญญาเงินกู้: สำหรับใครที่มีทรัพย์สินเป็นชื่อตัวเอง อย่าลืมไปอัปเดตหลังโฉนดด้วยนะครับ

บทส่งท้าย

เป็นยังไงกันบ้างครับ หวังว่าทุกคนจะสบายใจเรื่องขั้นตอนเอกสาร เข้าใจว่าเปลี่ยนชื่อต้องใช้อะไรบ้าง เพื่อการเตรียมตัวที่ดีนะครับ เมื่อเอกสารพร้อม และชื่อใหม่พร้อม ขั้นตอนการดำเนินทุกอย่างจะไม่ติดขัดแน่นอนครับ หวังว่าชื่อใหม่จะเป็นจุดเริ่มต้นสิ่งดีๆ ความมงคล และความสุขตามมานะครับ

สำหรับใครที่กำลังมองหา บ้านเดี่ยว, บ้านแฝด, คอนโดและทาวน์โฮม หรือค้นหาโครงการที่น่าสนใจและดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์น่าอยู่ นอกจากนี้ยังมีสาระน่ารู้ต่าง ๆ เกี่ยวกับบ้านที่น่าสนใจมาให้ทุกคนได้ติดตามกันอีกด้วยนะครับ

คำถามที่พบบ่อย

1. Q: เราสามารถเปลี่ยนชื่อได้ทุกที่เลยไหม หรือตามทะเบียนบ้านเท่านั้น?

A: กฎหมายกำหนดว่าการเปลี่ยนชื่อ ตัวเราต้องไปทำที่สำนักงงานทะเบียนที่เรามีชื่ออยู่ตามทะเบียนบ้านเท่านั้น ถ้าเราทำงานอยู่กรุงเทพ แต่ชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านขอนแก่น เราก็ต้องกลับไปทำที่ขอนแก่นครับ

2. Q: ถ้าเปลี่ยนชื่อบ่อยๆ มีผลเสียอะไรตามมาไหม?

A: ตามกฎหมายไม่ได้มีโควต้ากำหนดไว้ว่าเปลี่ยนได้กี่ครั้ง แต่ถ้าเปลี่ยนชื่อบ่อยเกินไปอาจจะทำให้วุ่นวายตอนทำธุรกรรมใหญ่ๆครับ เช่น ตอนกู้ซื้อบ้าน หรือขอวีซ่าไปต่างประเทศ เพราะเราต้องแนบใบ ช.3 ทุกใบที่เรามีเพื่อยืนยันตัวตนครับ

3. Q: ถ้าทำใบ ช.3 หาย ต้องทำยังไงดี?

A: เราสามารถไปติดต่อที่สำนักงานเขตหรืออำเภอที่เคยไปเปลี่ยนชื่อ เพื่อขอคัดสำเนาใบสำคัญได้ แต่จะมีค่าธรรมเนียมเพียงไม่กี่บาท แต่น้องน่าอยู่แนะนำว่าให้ถ่ายเอกสารเก็บไว้เลยจะดีที่สุด