1. ประกันคอนโดแบบคุ้มครองโครงสร้าง เป็นประกันขั้นพื้นฐานที่สุด คุ้มครองเฉพาะ “ส่วนที่เป็นโครงสร้างติดตายกับห้อง” เช่น ผนัง , พื้น , เพดาน , ระบบไฟฟ้า , ท่อน้ำ เหมาะกับคนที่ ปล่อยเช่า หรือ มีเฟอร์นิเจอร์น้อย เบี้ยประกันถูกที่สุด ในระดับหลักร้อยต่อปี แต่ช่วยลดความเสี่ยงใหญ่ ๆ อย่างไฟไหม้หรือน้ำรั่วได้ดี
2. ประกันคอนโดแบบคุ้มครองทรัพย์สินภายใน ครอบคลุมทั้งโครงสร้าง และ ของภายในห้อง เช่น เฟอร์นิเจอร์ , เครื่องใช้ไฟฟ้า , Built-in และของตกแต่งอื่น ๆ เป็นแบบที่คนอยู่คอนโดนิยมมากที่สุด เพราะช่วยปกป้อง “ของที่เสียหายง่าย” เช่น เครื่องปรับอากาศ ทีวี ตู้เย็น โต๊ะไม้ พื้นลามิเนต ฯลฯ
3. ประกันคอนโดแบบครอบคลุมครบวงจร ประกันที่ให้ความคุ้มครองเกือบทุกอย่าง เช่น โครงสร้าง , ของภายใน , ความรับผิดต่อบุคคลภายนอก (Third Party) , ภัยพิบัติ (น้ำท่วม ลมพายุ แผ่นดินไหว) , ค่าที่พักชั่วคราวในกรณีห้องใช้การไม่ได้ , ค่าเสียหายจากเหตุการณ์ไม่คาดคิดอื่น ๆ เป็นประกันคอนโดแบบ “พรีเมียม” ที่ครอบคลุมที่สุด ช่วยให้คุณไม่ต้องกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายยามฉุกเฉินเลย
ประกันคอนโดคุ้มครองอะไรบ้าง? เมื่อพูดถึงการอยู่อาศัยในคอนโด หลายคนอาจยังไม่รู้ว่าประกันโครงการคุ้มครองแค่ส่วนกลางเท่านั้น ไม่ได้ดูแลทรัพย์สินในห้องของเราเลย ดังนั้น “ประกันคอนโด” จึงช่วยเติมเต็มส่วนที่ขาด และให้ความอุ่นใจมากขึ้น ก่อนเลือกแผนใดๆ มาดูเลยว่า ประกันคุ้มครองอะไรบ้าง?
1. คุ้มครองทรัพย์สินในห้อง เช่น ผนัง เพดาน พื้น ระบบไฟ ท่อน้ำ เฟอร์นิเจอร์ เครื่องใช้ไฟฟ้า หรือวัสดุตกแต่ง หากเกิดไฟไหม้ น้ำรั่ว หรือความเสียหายอื่น ๆ
2. คุ้มครองภัยธรรมชาติ แล้วแต่แผน เช่น พายุ แผ่นดินไหว น้ำท่วม
3. คุ้มครองความรับผิดต่อบุคคลภายนอก กรณี “เราทำให้คนอื่นเสียหาย” เช่น น้ำรั่วไปห้องล่าง เครื่องปรับอากาศรั่วทำให้ผนังห้องข้าง ๆ พอง ของตกลงไปโดนรถด้านล่าง บริษัทประกันจะรับผิดชอบแทน ช่วยลดความเสี่ยงการทะเลาะกับเพื่อนบ้านได้เยอะมาก
4. คุ้มครองค่าเช่าช่วงซ่อม บางแผนชดเชยค่าที่พักระหว่างห้องใช้งานไม่ได้ เช่น น้ำท่วม มีควันไฟ ประกันจะช่วยออกค่าหาที่พักระหว่างซ่อม
คำถามที่พบบ่อย หลายคนอาจจะมีคำถามการซื้อประกันคอนโด วันนี้น้องพิษณุโลกน่าอยู่รวมคำถามยอดฮิตมาฝากกันครับ
1.คอนโดปล่อยเช่าควรซื้อประกันแบบไหน? สำหรับห้องที่ ปล่อยเช่า แนะนำให้ทำประกันแบบ Building + Third Party Liability (ความรับผิดชอบต่อบุคคลภายนอก) เหตุผลคือห้องปล่อยเช่ามักไม่ได้มีเจ้าของอยู่ดูแลตลอดเวลา และอาจเกิดเหตุไม่คาดคิด เช่น ผู้เช่าทำของเสียหาย น้ำรั่วไปห้องอื่น ไฟไหม้จากการใช้เครื่องใช้ไฟฟ้า ถ้ามี Third Party ประกันจะช่วยจ่ายแทนเจ้าของ ลดความเสี่ยงการเสียเงินก้อนใหญ่หรือการมีปัญหากับห้องข้างเคียง ส่วนความคุ้มครองทรัพย์สินภายในจะทำเพิ่มหรือไม่ก็ได้ ขึ้นกับว่าห้องตกแต่งเยอะหรือมีเฟอร์แพงหรือไม่ครับ
2.ค่าเบี้ยประกันคอนโดราคาเท่าไหร่? เบี้ยประกันจะขึ้นกับความคุ้มครองที่เลือก แบ่งประมาณได้ตามนี้ :
แบบพื้นฐาน (Building Only) ปีละ 300 – 600 บาท แบบคุ้มครองทรัพย์สินภายใน (Building + Contents) ปีละ 800 – 1,500 บาท แบบครบวงจร (Comprehensive + Third Party + ภัยพิบัติ) ปีละ 1,500 – 3,000+ บาท ซึ่งถือว่าคุ้มมากเมื่อเทียบกับค่าเสียหายที่อาจเกิดขึ้น เช่น พื้นไม้บวมหลักหมื่น หรือท่อน้ำแตกที่ต้องซ่อมทั้งเพดานและผนังครับ
3. เคลมประกันคอนโดทำอย่างไร? การเคลมประกันไม่ยากอย่างที่คิด ทำตามนี้ได้เลย:
1.เก็บหลักฐานทันที ได้แก่ ถ่ายรูป / ถ่ายวิดีโอ, บันทึกความเสียหาย กรณีถ้าน้ำรั่วหรือไฟไหม้ รีบถ่ายตอนเกิดเหตุยิ่งดี
2.แจ้งบริษัทประกันทันที โทร Call Center บริษัทประกันหรือแจ้งผ่านแอป (ถ้าบริษัทมี)
3.รอเจ้าหน้าที่มาตรวจความเสียหาย เจ้าหน้าที่จะประเมินว่าเกิดจากสาเหตุอะไร และอยู่ในความคุ้มครองหรือไม่
4.ซ่อมหรือเปลี่ยนทรัพย์สินตามเงื่อนไข บางบริษัทเคลมเป็นเงิน บางเจ้าให้ร้านที่อยู่ในระบบซ่อมให้
5.ส่งใบเสร็จ & รอรับเงิน (กรณีจ่ายไปก่อน) เช่น ใบเสร็จรับเงิน, ใบกำกับภาษี (ถ้ามี), ใบเสนอราคา (บางเคสประกันอาจขอ) และรูปภาพก่อน–หลังซ่อม
จากนั้นบริษัทประกันจะตรวจสอบความถูกต้อง และโอนเงินคืนให้ตามวงเงินคุ้มครองที่ระบุในกรมธรรม์ โดยปกติใช้เวลาประมาณ 7–14 วันทำการ แล้วแต่บริษัทครับ
4. คอนโดมีประกันโครงการแล้ว ยังต้องซื้อเพิ่มไหม? และนี่คือคำถามที่หลายคนมักสงสัยมากที่สุด ในเมื่อคอนโดมีประกันของโครงการแล้ว เรายังต้องซื้อเพิ่มอีกไหม? คำตอบของคำถามนี้คือ ต้องซื้อเพิ่มครับ เพราะประกันของโครงการ/นิติบุคคล คุ้มครองเฉพาะ
พื้นที่ส่วนกลาง โครงสร้างอาคาร ระบบโดยรวมของคอนโด แต่ “ภายในห้องของคุณ” ไม่ได้รับความคุ้มครองเลย ทั้งเฟอร์นิเจอร์ เครื่องใช้ไฟฟ้า ของแต่งบ้าน รวมถึงเพดาน–พื้น–ผนัง ของใช้ส่วนตัว และความเสียหายที่คุณทำให้ห้องอื่นด้วย ดังนั้น ประกันคอนโดส่วนตัวคือสิ่งที่ เจ้าของห้องทุกคนควรมี เพื่อปกป้องทรัพย์สินของตัวเอง ไม่ว่าจะอยู่เองหรือปล่อยเช่าก็ตาม
บทสรุป จะเห็นว่าการที่เราซื้อคอนโดไว้ซักห้องไม่ว่าเราจะอยู่เองหรือปล่อยเช่าย่อมต้องมีการซื้อเฟอร์นิเจอร์หรือตกแต่งห้องเพิ่มเติมอยู่แล้ว หากใครคิดว่าประกันภัยของนิติบุคคลที่ทำไว้ไม่เพียงพอต่อมูลค่าทรัพย์สินให้ห้องเราก็สามารถทำประกันเพิ่มเติมได้ตามวงเงินที่ต้องการเลยครับ พิษณุโลกน่าอยู่หวังว่าบทความนี้จะมีประโยชน์ต่อท่านผู้อ่านทุกท่านนะครับ และสำหรับครั้งหน้าพิษณุโลกน่าอยู่จะมีบทความสาระดีๆอะไรมาฝาก อย่าลืมติดตามกันนะครับ
.
และหากคุณกำลังมาหาคอนโดพิษณุโลก ลองใช้เคล็ดลับเหล่านี้ หรือเข้ามาหาข้อมูลได้ที่พิษณุโลกน่าอยู่ เราได้รวบรวมข้อมูลบ้านเช่าพิษณุโลก หอพักพิษณุโลก และเช่าคอนโดพิษณุโลก ไว้ให้แล้ว
.
บทความแนะนำ
VIDEO ติดตาม "พิษณุโลกน่าอยู่ " เพื่อไปหาบ้านมือ 1, หาคอนโด, บ้านมือ 2, ที่ดินและหาเช่า/ กดหอพักทั่วเมืองพิษณุโลกได้ที่สามารถพบได้ที่นี่
เว็บไซต์ : www.nayoo.co/Phitsanulok เฟซบุ๊ก : พิษณุโลกน่าอยู่ Youtube : Phitsanulok Nayoo Tiktok : พิษณุโลกน่าอยู่ โทร : 063-1939253