ท่ามกลางวิกฤตที่ค่าไฟพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง หลายบ้านเริ่มหาทางเลือกอย่างการติดตั้ง solar rooftop เพื่อช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในระยะยาว แต่การจะเปลี่ยนแดดเมืองไทยให้เป็นไฟฟ้าในบ้านเรานั้นมีรายละเอียดที่ต้องรู้มากกว่าแค่การเอาแผงไปวางบนหลังคา
วันนี้น้อง “น่าอยู่” จะพาทุกคนไปหาคำตอบแบบเจาะลึกตั้งแต่การทำงาน ความคุ้มค่าในการลงทุน ไปจนถึงสิทธิประโยชน์ทางภาษี และโปรโมชั่นพิเศษ เพื่อให้ง่ายต่อการตัดสินใจว่าจะติด solar rooftop ดีไหม?
solar rooftop กับ solar cell ต่างกันอย่างไร ?
ถึงแม้จะใช้หลักการที่เปลี่ยนแสงอาทิตย์เป็นไฟฟ้าเหมือนกัน แต่ทั้งสองอย่างก็มีความแตกต่างที่บทบาทหน้าที่ และการใช้งานครับ ซึ่งจะต้องดูรายละเอียดรวมถึงเลือกใช้ตามความต้องการดังนี้
- solar cell: คือ “ชิ้นส่วนหลัก” หรือแผ่นประกบที่ทำหน้าที่เปลี่ยนพลังงานแสงอาทิตย์เป็นไฟฟ้ากระแสตรง (DC) ที่มักจะเป็นในเชิงอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ หรือแผงที่ใช้งานทั่วไป เช่น หลอดไฟที่ติดตามบ้าน หรือทางเดิน
- solar rooftop: จะเป็น “ระบบผลิตไฟฟ้า” แบบครบวงจรที่ติดตั้งบนหลังคาบ้าน หรือตัวอาคาร โดยมีการใช้เครื่องแปลงไฟ (Inverter) เพื่อเปลี่ยนจากไฟกระแสตรงเป็นไฟกระแสสลับ (AC) เพื่อให้เราใช้กับเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านได้โดยตรงครับ
solar rooftop มีกี่แบบ ?

ก่อนที่เพื่อน ๆ จะตัดสินใจติดตั้ง solar rooftop สิ่งสำคัญคือเราต้องเข้าใจก่อนว่าระบบโซล่าเซลล์ มีกี่ประเภท เช่น การแบ่งตาม จุดประสงค์การใช้งาน และ ระบบการทำงาน ซึ่งทั้งสองส่วนนี้จะส่งผลต่อความต้องการของผู้ใช้รวมถึงการขออนุญาต และการคืนทุนที่ต่างกันครับ
ประเภทการใช้งาน solar rooftop
ฟังก์ชันของ solar rooftop เราสามารถแบ่งรูปแบบการใช้งานออกเป็น 2 แนวทางหลักตามเป้าหมายของเจ้าของบ้าน โดยมีรายละเอียดดังนี้
- solar rooftop สำหรับใช้เอง: เป็นแบบที่นิยมที่สุดสำหรับบ้านพักอาศัย และโรงงานอุตสาหกรรม โดยจะเน้นผลิตไฟฟ้าเพื่อลดค่าใช้จ่ายในแต่ละเดือน โดยระบบจะดึงพลังงานแสงอาทิตย์มาใช้เป็นลำดับแรก ถ้าผลิตไม่พอกับการใช้ไฟในบ้าน ระบบก็จะสลับไปใช้ไฟจากการไฟฟ้าอัตโนมัติ
- solar rooftop สำหรับขายไฟฟ้า: เน้นการผลิตไฟฟ้าเพื่อคืนให้กับภาครัฐ เช่น กฟน. และกฟภ. ซึ่งต้องมีการติดมิเตอร์แยก และทำสัญญาซื้อขายไฟฟ้าเป็นลายลักษณ์อักษรตามนโยบายรัฐในแต่ละช่วงปีครับ
ระบบการทำงาน solar rooftop
เมื่อเรารู้รูปแบบการใช้งานกันไปแล้ว ลองมาดูในบริบทของระบบเทคนิคการทำงาน และการติดตั้ง จะแบ่งออกเป็น 3 ระบบหลัก ดังนี้
- ระบบ On-Grid: เป็นระบบที่คุ้มที่สุด สำหรับผลิตไฟฟ้าจากแผง และแปลงกระแสไฟด้วย Inverter แถมไม่ต้องใช้แบตเตอรี่ โดยจะใช้ไฟจากแผงโซล่าเซลล์ร่วมกับไฟจากการไฟฟ้าไปพร้อมกัน ช่วยให้กระแสไฟนิ่ง ไม่ตกง่าย และใช้ได้กับเครื่องใช้ไฟฟ้าทุกชนิด
- ระบบ Off-Grid: ระบบนี้จะทำงานเป็นอิสระโดยไม่ต้องใช้ไฟจากการไฟฟ้าเลย เหมาะกับพื้นที่ห่างไกลที่สายไฟเข้าถึงยาก หรือมีปัญหาเรื่องไฟฟ้าอยู่บ่อย ๆ ซึ่งผู้ใช้ต้องคำนวณโหลดเครื่องใช้ไฟฟ้าให้สัมพันธ์กับกำลังผลิต และแรงดันของระบบเองครับ
- ระบบ Hybrid: เป็นลูกผสมที่รวมจุดเด่นของระบบ on-grid และ off-grid เข้าด้วยกัน โดยมีแบตเตอรี่สำรองพลังงาน (Battery Bank) ไว้ใช้ในช่วงที่ไม่มีแสงแดดเพียงพอ หรือกรณีไฟดับ ซึ่งจะช่วยให้บ้านมีไฟฟ้าใช้งานได้ตลอด 24 ชม. แต่ก็ตามมาด้วยค่าอุปกรณ์ที่สูงเป็นพิเศษ
ติด solar rooftop ดียังไง ?

การตัดสินใจเปลี่ยนหลังคาบ้านให้กลายเป็นแหล่งผลิตพลังงานไฟฟ้า ไม่ได้ให้ผลลัพธ์แค่เรื่อง “การประหยัดไฟ” แค่นั้นแต่ยังส่งผลดีอื่น ๆ ด้วยครับ เช่น
- ลดภาระค่าใช้จ่าย: เมื่อเราผลิตไฟฟ้าจากแสงแดดมาใช้เองได้โดยตรง ปริมาณการใช้ไฟจากการไฟฟ้าก็จะลดลง ทำให้เราเสียยอดเงินในบิลค่าไฟแต่ละเดือนเบาลงแบบเห็นได้ชัด
- สร้างสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน: การใช้พลังงานช่วยลดความต้องการใช้ไฟจากโรงงานไฟฟ้าที่เผาไหม้เชื้อฟอสซิล เช่น ถ่านหิน หรือก๊าซธรรมชาติ ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
solar rooftop เหมาะกับบ้านแบบไหน ?
ไม่ใช่ทุกบ้านที่จะติด solar rooftop แล้วคุ้มค่าเหมือนกัน แนะนำให้ลองเช็ก 3 ปัจจัยหลักที่ทำให้หลังคาบ้านของเพื่อน ๆ ติดโซล่าเซลล์ได้คุ้มที่สุดดังนี้
1. ความแข็งแรงของโครงสร้าง: หลังคาต้องอยู่ในสภาพสมบูรณ์ แข็งแรง ทนทาน และสามารถรับน้ำหนักรวมของแผงโซลาร์รวมถึงชุดอุปกรณ์ติดตั้ง (Mounting) ที่ได้ตามมาตรฐานความปลอดภัย
2. ทำเลที่ตั้ง และแสงแดด: พื้นที่ติดตั้งควรเปิดรับแสงอาทิตย์ได้เต็มที่ตลอดทั้งวัน ไม่มีเงาของต้นไม้ใหญ่ อาคารสูงข้างเคียง หรือสิ่งปลูกสร้างอื่น ๆ มาบังหน้าแผง
3. ทิศทาง และองศาการวาง: สำหรับในประเทศไทยเรา ทิศที่ติดตั้ง solar rooftop ได้ดีที่สุดคือ ทิศใต้ โดยควรเอียงแผงทำมุมประมาณ 15 องศา เพื่อให้ได้รับรังสีจากดวงอาทิตย์ตั้งฉาก และยาวนานที่สุดในแต่ละวัน
ติด solar rooftop ประหยัดไฟคุ้มจริงไหม ?
ความคุ้มค่าของการติด solar rooftop จะขึ้นอยู่กับปริมาณการใช้งาน และขนาดระบบที่เลือกครับ โดยปกติจะช่วยประหยัดไฟได้ตั้งแต่ 30% ไปจนถึง 70% ดังนั้นเราจึงรวบรวมตัวอย่างการประหยัดเงินในระยะเวลา 25 ปี มาให้ดูกันครับ
- ระบบ 3 kW: (ใช้พื้นที่ประมาณ 20-25 ตร.ม.) ผลิตไฟได้ประมาณ 4,380 หน่วย/ปี ช่วยประหยัดไฟได้เกือบ 9.5 แสนบาท ใน 25 ปี
- ระบบ 5 kW: (ใช้พื้นที่ประมาณ 20-30 ตร.ม.) ผลิตไฟได้ประมาณ 7,300 หน่วย/ปี ช่วยประหยัดไฟได้เกือบ 7.6 แสนบาท ใน 25 ปี
- ระบบ 10 kW: (ใช้พื้นที่ประมาณ 40-50 ตร.ม.) ผลิตไฟได้ประมาณ 14,600 หน่วย/ปี ช่วยประหยัดไฟได้เกือบ 1.5 ล้านบาท ใน 25 ปี
อย่างไรก็ตามตัวเลขนี้เป็นค่าประมาณการความคุ้มค่า ที่ไม่ได้คิดถึงการผันแปรตามค่าไฟ/หน่วย และสภาพอากาศในแต่ละปีครับ
4 ข้อควรรู้ก่อนติด solar rooftop
ก่อนที่ทุกคนจะติด solar rooftop ควรคำนึงถึงปัจจัยหลาย ๆ ด้าน ทั้งเรื่องการติดตั้งไปจนถึงการบำรุงรักษาเพื่อให้ระบบยังทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ และอยู่คู่บ้านไปนาน ๆ ดังนั้นการดูแลรักษาอย่างถูกวิธี นับเป็นอีกเรื่องที่ไม่ควรมองข้ามครับ
- คอยตรวจสอบระบบสม่ำเสมอ: ปัจจุบันเราสามารถติดตามผลผลิตไฟฟ้าได้ผ่านแอปพลิเคชันบนมือถือ ควรหมั่นเช็กว่าค่าที่ผลิตได้ยังเป็นปกติไหม
- หมั่นดูแลความสะอาด: ฝุ่น ขี้นก หรือคราบเขม่าควันถือเป็นตัวการหลักที่ขวางแสงแดด ควรล้างทำความสะอาดแผงด้วยน้ำสะอาดเป็นประจำ เพื่อไม่ให้ประสิทธิภาพการผลิตไฟตกลง
- ตรวจเช็กจุดเชื่อมต่อ และอุปกรณ์: ตรวจสายไฟ และการเข้าหัวต่อต่าง ๆ ว่ายังแน่นหนา และไม่มีรอยชำรุด รวมถึงเช็กสถานะการทำงานของ Inverter ว่ามีไฟแจ้งเตือนปกติไหม
- ดูแลระบบสำรอง (ถ้ามี): สำหรับบ้านที่ใช้ solar rooftop แบบ Hybrid ควรเช็กสภาพแบตเตอรี่ตามคำแนะนำของผู้ผลิต เพื่อรักษาอายุการใช้งานให้ยาวนานที่สุด
solar rooftop ลดหย่อนภาษีได้ไหม?
สำหรับใครที่ติด solar rooftop จะสามารถใช้สิทธิลดหย่อนได้ และปัจจุบันรัฐกำลังมีมาตรการผลักดันอย่างเข้มข้นเพื่อให้ภาคครัวเรือนหันมาใช้พลังงานสะอาดกันมากขึ้น โดยการติดตั้ง solar rooftop ถูกจัดอยู่ในกลุ่มการลงทุนเพื่อการประหยัดพลังงาน จึงเอาไปลดหย่อนภาษีได้

มาตรการภาษีเพื่อส่งเสริมการติดตั้ง solar rooftop
ตามประกาศล่าสุดของกรมสรรพากร มาตรการภาษีเพื่อส่งเสริมการติดตั้ง solar rooftop มีผลตั้งแต่วันที่กฎหมายประกาศในราชกิจจานุเบกษา ยาวไปจนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2571 โดยมีเงื่อนไขติดโซล่าเซลล์ ลดภาษี และสิทธิประโยชน์ดังนี้ครับ
สำหรับบุคคลธรรมดา (เจ้าของบ้าน)
- วงเงินลดหย่อน: สามารถเอาค่าซื้ออุปกรณ์ และค่าติดตั้ง solar rooftop มาลดหย่อนภาษีได้ตามที่จ่ายจริง สูงสุดไม่เกิน 200,000 บาท
- เงื่อนไขสำคัญ:
- ต้องเป็นบุคคลธรรมดา
- ใช้สิทธิได้ 1 ครั้ง ต่อ 1 ระบบ ตลอดระยะเวลาของมาตรการ
- ต้องติดตั้งบนหลังคา หรือดาดฟ้าของ “บ้านอยู่อาศัย” เท่านั้น
- ต้องเป็นระบบที่เชื่อมต่อกับโครงข่ายไฟฟ้า (On-Grid) ของ กฟน. หรือ กฟภ.
- ต้องมีใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์เต็มรูป (e-Tax Invoice) เท่านั้น
ติด solar rooftop ราคาเท่าไหร่ ?

การติดตั้งระบบ solar rooftop มีช่วงราคาที่หลากหลาย ขึ้นอยู่กับขนาดของระบบ และกำลังการผลิตเพื่อให้เหมาะสมกับความต้องการของบ้านแต่ละหลัง โดยน้อง “น่าอยู่” จะพาไปดูตัวอย่างรายละเอียดจากราคาบริการติดตั้งโซล่าเซลล์ SCG Solar Roof กันครับ
- ขนาด 2.5kW ราคาเริ่มต้น 106,000 บาท
- ขนาด 5kW ราคาเริ่มต้น 198,000 บาท
- ขนาด 10kW ราคาเริ่มต้น 342,000 บาท
- ขนาด 15kW ราคาเริ่มต้น 527,000 บาท
ซึ่งทุกการติดตั้งจะมาพร้อมการรับประกัน และการดูแลครบวงจร ซึ่งทุกคนสามารถคลิกดูรายละเอียดแพ็กเกจเพิ่มเติมว่าโซล่าเซลล์มีค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง?
โปรโมชั่นติดตั้ง SCG solar rooftop
ในปัจจุบัน SCG มีโปรโมชั่นหลักที่ยังคงสามารถใช้สิทธิ์ได้เพื่อช่วยให้การตัดสินใจติด solar rooftop คุ้มค่ายิ่งขึ้น โดยเน้นไปที่การลดภาระทางภาษี และค่าใช้จ่ายแรกเข้าดังนี้
- โปรโมชั่นค่าสำรวจหน้างาน: รับสิทธิค่าสำรวจในราคาพิเศษเพียง 500 บาท (จากปกติ 2,000 บาท) โดยสามารถเอายอดชำระค่าสำรวจไปใช้เป็นส่วนลดหักออกจากราคาติดตั้งระบบเต็มจำนวนได้
- สิทธิพิเศษบัตรเครดิต: รับสิทธิ์ผ่อนชำระ 0% นานสูงสุด 4 เดือน หรือเลือกผ่อนชำระในอัตราดอกเบี้ยพิเศษนานสูงสุด 10 เดือน ผ่านธนาคารที่ร่วมรายการ เช่น SCB KBank BBL และ ttb
- สะสมคะแนน SCG Family: ทุกยอดการใช้จ่ายสามารถเอามาสะสมเป็นคะแนนเพื่อแลกรับส่วนลดในเครือ SCG หรือของสมนาคุณอื่น ๆ ตามเงื่อนไขสมาชิก
รวม 5 สินเชื่อ solar rooftop
ธนาคารในประเทศไทยเราให้ความสำคัญกับสินเชื่อสีเขียว (Green Loan) เพราะมีการผลักดันนโยบายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และมาตรการลดหย่อนภาษี ทำให้เงื่อนไขสินเชื่อมีความยืดหยุ่นขึ้นทั้งในด้านวงเงิน อัตราดอกเบี้ย และระยะเวลาการผ่อนชำระ โดยมี 5 ธนาคารที่น่าสนใจดังนี้ครับ
1.ธนาคารออมสิน (GSB)
สินเชื่อ GSB (Green Home Loan) เป็นตัวเลือกอันดับต้น ๆ สำหรับบ้านพักอาศัย ให้วงเงินกู้สูงสุด 110% ของราคาประเมิน (ครอบคลุมค่าติดตั้ง และอุปกรณ์) อัตราดอกเบี้ย 3 ปีแรกเริ่มต้นค่อนข้างต่ำ และมีระยะเวลาผ่อนชำระนานสูงสุดถึง 40 ปี
2.ธนาคารกสิกรไทย (KBank)
สินเชื่อ Go Green Together เน้นจุดเด่นเรื่องความเร็วในการอนุมัติ สำหรับวงเงินกู้ติดตั้งโดยเฉพาะมักให้วงเงินสูงสุด 100% ของมูลค่าการลงทุน และมีโครงการพิเศษร่วมกับ SCG ที่มอบสิทธิประโยชน์ด้านดอกเบี้ยเพิ่มเติมด้วย
3.ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB)
สินเชื่อ My Home My Cash สำหรับลูกค้าที่มีสินเชื่อบ้านกับธนาคารอยู่แล้ว สามารถขอกู้เพิ่มเพื่อเอาไปติดระบบ solar rooftop ได้ในอัตราดอกเบี้ยพิเศษแบบลดต้นลดดอก
4.ธนาคารกรุงไทย (KTB)
สินเชื่อกรุงไทย Home for Cash ให้สิทธิพิเศษกับบ้านประหยัดพลังงาน โดยมีจุดเด่นคือดอกเบี้ยคงที่ในปีแรกเริ่มต้นเพียง 1.99% (ตามเงื่อนไขแคมเปญ) และให้วงเงินกู้สูงเทียบเท่าราคาประเมินหลักทรัพย์ ผ่อนได้นาน 30 ปี
5.ธนาคารทีทีบี (ttb)
สินเชื่อ ttb home to cash สำหรับติดตั้งอุปกรณ์ประหยัดพลังงาน มีจุดเด่นคือยกเว้นค่าธรรมเนียมการประเมินราคาหลักประกัน และให้วงเงินกู้เพิ่มจากเดิมที่มีอยู่ด้วยอัตราดอกเบี้ยพิเศษเฉลี่ย 3 ปีแรกเริ่มต้นประมาณ 5%
บทส่งท้าย
การติดตั้ง solar rooftop เป็นการลงทุนที่ตอบโจทย์ทั้งความประหยัด และการรักษาสิ่งแวดล้อมไปในตัวครับ ถ้าเรารู้หลักการเลือก แนวทางการใช้ประโยชน์ และวิธีดูแลรักษาที่เหมาะสม ก็ยิ่งเห็นความคุ้มค่า และการคืนทุนที่ชัดเจนครับ
สำหรับใครที่กำลังมองหาสาระความรู้เรื่องการติดตั้ง solar rooftop หรือต้องการหาบ้านสวย ๆ ในทำเลที่ถูกใจ ไม่ว่าจะเป็นบ้านเดี่ยว, บ้านแฝด, คอนโด และทาวน์โฮม สามารถเข้ามาดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ "น่าอยู่" แหล่งรวมทุกเรื่องของคนรักบ้านครับ
คำถามที่พบบ่อย
1. ติด solar rooftop ต้องขออนุญาตไหม ?
Answer: ต้องขออนุญาตก่อนครับ โดยต้องแจ้ง 3 หน่วยงานหลักคือ การไฟฟ้าประท้องที่ (กฟน./กฟภ.) สำนักงานเขต เทศบาล (อ.1) และ กกพ.
2. ติดตั้ง solar rooftop โรงงาน ต้องใช้ระบบอะไร ?
Answer: ส่วนใหญ่ใช้ระบบ On-Grid ขนาดใหญ่แบบ 60kW ขึ้นไป เพราะเน้นการใช้งานช่วงกลางวันเป็นหลัก ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนการผลิต และยกระดับโรงงานอุตสาหกรรมสู่มาตรฐาน ESG ครับ
3. solar rooftop 5kw ราคาเท่าไหร่ ?
Answer: ราคาเฉลี่ยจะอยู่ที่ประมาณ 190,000-230,000 บาท โดยขึ้นอยู่กับยี่ห้อแผง และ Inverter ด้วยครับ
