ในงานสัมมนานี้ได้แนะนำแนวคิดการตลาดใหม่ ๆ ที่จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้กับการดำเนินงานของผู้ประกอบการ ได้แก่:
กำหนดตัวตนของลูกค้าโดย Customer Persona : การสร้าง Persona ช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถเข้าใจลูกค้าได้ลึกซึ้งขึ้นและสามารถวางแผนกลยุทธ์การตลาดได้ตรงจุดมากขึ้นวางแผนการตลาดโดย Marketing Funnel : การใช้ Funnel ช่วยในการระบุขั้นตอนการตัดสินใจของลูกค้าและวางแผนการสื่อสารในแต่ละช่วงได้อย่างเหมาะสมทฤษฎี Customer Journey : การเข้าใจเส้นทางของลูกค้า (Customer Journey) ช่วยให้สามารถสร้าง Content ที่น่าสนใจและตอบโจทย์ลูกค้าได้ในทุกขั้นตอน3. การทำ Marketing Plan ขั้นตอนสุดท้ายใน Session แรกคือการช่วยผู้ฟังสัมมนาสามารถสร้างแผนการตลาดที่มีประสิทธิภาพ โดยเลือก Persona ที่ตรงกับเป้าหมาย วางกลยุทธ์ที่เหมาะสม และเลือกช่วงเวลาที่ถูกต้องในการดำเนินการ เพื่อให้การตลาดประสบความสำเร็จ
Session ที่สอง ใช้งาน Data แบบละเอียด โดยคุณพชร ชินอ่อน
1. การสร้างตลาดด้วยกลยุทธ์ที่ครอบคลุมทุกภาคส่วน แพลตฟอร์มอย่าง NaYoo ได้สร้างพื้นที่สำหรับผู้ประกอบการและผู้บริโภคในวงการอสังหาริมทรัพย์เพื่อเชื่อมโยงและเพิ่มประสิทธิภาพในการทำธุรกิจ โดยมีการออกแบบ NaYoo Eco Systems ซึ่งรวบรวมกลุ่มเป้าหมายต่าง ๆ เช่น นายหน้า, ผู้ซื้อบ้าน, พันธมิตรธุรกิจ และร้านค้าต่าง ๆ เพื่อให้ทุกฝ่ายได้ประโยชน์สูงสุด นอกจากนี้ การวิเคราะห์ Customer Journey เป็นอีกหนึ่งเครื่องมือที่ช่วยให้ธุรกิจสามารถเข้าถึงลูกค้าได้ทั้งในรูปแบบออนไลน์และออฟไลน์
2. การใช้ OMNI Channel และ Influencer Marketing เพื่อการเข้าถึงลูกค้า OMNI Channel คือการเข้าถึงลูกค้าผ่านช่องทางต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการตลาดออนไลน์หรือออฟไลน์ เช่น งานอีเวนต์ งานแสดงสินค้า หรือแม้กระทั่งโซเชียลมีเดียต่าง ๆ การใช้ Influencers ที่มีความเชี่ยวชาญในการวางกลยุทธ์ทางธุรกิจยังช่วยในการชักนำลูกค้าและสร้างความเชื่อมั่นในสินค้าได้ดี
3. การวางแผนแคมเปญการตลาดที่กระตุ้นการตัดสินใจ แคมเปญการตลาดที่ดีควรมีกลยุทธ์ที่ตอบโจทย์แต่ละระดับของลูกค้า เช่น การสร้างเนื้อหา การจัดอีเวนต์ การทำโฆษณา และการรีวิวสินค้า เพื่อดึงดูดความสนใจของกลุ่มเป้าหมายอย่างต่อเนื่อง
4. การวิเคราะห์พฤติกรรมของลูกค้า (Customer Persona) จากข้อมูลการตลาด พฤติกรรมของลูกค้ามีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการวางแผนกลยุทธ์ เช่น กลุ่มเป้าหมายหลักที่สนใจโครงการบ้านอายุ 32-35 ปี มีรายได้ประมาณ 45,000-60,000 บาท สนใจบ้านที่มีราคา 3-5 ล้านบาท และมักค้นหาข้อมูลผ่านช่องทางออนไลน์เช่น Facebook และ Google
5. การตลาดแบบต่อเนื่องด้วยข้อมูล (Data-Driven Marketing) การตลาดสมัยใหม่จำเป็นต้องใช้ข้อมูลจากแหล่งต่าง ๆ เช่น CTR (Click Through Rate) เพื่อประเมินผลของแคมเปญที่ใช้งานอยู่ โดยอัตรา CTR ที่สูงกว่า 15% ถือว่าเป็นแคมเปญที่ได้ผลดี การวิเคราะห์ข้อมูลจาก Google Ads, SEO, Social Media เป็นตัวชี้วัดที่ดีว่าลูกค้าสนใจผลิตภัณฑ์มากน้อยเพียงใด ซึ่งจะเป็นแนวทางในการปรับปรุงแคมเปญการตลาดต่อไป
6. แนวทางการสร้าง Content และช่องทางการสื่อสาร เนื้อหาที่ดีมีผลต่อการรับรู้ของลูกค้าอย่างมาก การสร้างเนื้อหาแบบ Content Creation ที่มี Key Message ชัดเจน จะช่วยให้ลูกค้าเข้าใจถึงสินค้าหรือบริการได้ดียิ่งขึ้น นอกจากนี้ การเลือกช่องทางสื่อสารที่เหมาะสมและการเก็บผลลัพธ์เพื่อนำมาวิเคราะห์ ยังเป็นกระบวนการสำคัญในการพัฒนาการตลาด
7. การใช้ AI และความสนใจของลูกค้า การใช้ AI เพื่อทำความเข้าใจความสนใจของลูกค้า เช่น การใช้ Facebook Algorithm หรือ Search Engine AI จะช่วยในการเลือกกลุ่มลูกค้าที่เหมาะสมกับสินค้าหรือบริการ ทำให้การตลาดมีประสิทธิภาพสูงสุด การพัฒนาเทคโนโลยีอย่าง Google Generative Experience (SGE) จะมีบทบาทสำคัญในอนาคต โดยคอนเทนต์ที่เป็นจริงจะมีอิทธิพลต่อการค้นหาและการตัดสินใจซื้อมากขึ้น
สรุป
การตลาดที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล (Data-Driven Marketing) เป็นแนวทางสำคัญที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของการตลาดให้สูงสุด โดยการนำข้อมูลที่เก็บรวบรวมมาวิเคราะห์เชิงลึก เพื่อใช้ในการวางแผนกลยุทธ์ การทำความเข้าใจพฤติกรรมของลูกค้าอย่างละเอียดช่วยให้ธุรกิจสามารถเข้าถึงและสร้างปฏิสัมพันธ์กับกลุ่มเป้าหมายได้อย่างตรงจุดมากขึ้น ซึ่งถือเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้แบรนด์หรือสินค้าสามารถเข้าถึงลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด
เมื่อไม่นานมานี้ งานสัมมนา Data-Driven Marketing ได้กลายเป็นศูนย์รวมของผู้ประกอบการและนักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์มืออาชีพในอุบล งานสัมมนานี้จัดโดยแพลตฟอร์ม อุบลน่าอยู่ ซึ่งถือเป็นอีกก้าวสำคัญในการสร้างการรับรู้แบรนดิ้งของเราในอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ โดยมุ่งเน้นให้ความรู้ด้านการตลาดที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลแก่ผู้เข้าร่วม เพื่อเตรียมความพร้อมให้ธุรกิจสามารถปรับตัวและเติบโตได้ในยุคดิจิทัล