1. สภาพพื้นดิน
สภาพของดิน เป็นปัจจัยหลักที่ส่งผลต่อการทรุดของบ้านมากที่สุด ถ้าสร้างบ้านบนพื้นที่ดินอ่อน ดินถมใหม่ หรือดินริมคลอง ดินอาจยุบตัวได้ง่ายมาก โดยเฉพาะในช่วงหน้าฝนที่น้ำจะซึมลงใต้ดินทำให้ดินอุ้มน้ำและยุบตัวเร็ว จากข้อมูลของ Global House ระบุว่า การถมดินไม่แน่นหรือลดระยะเวลาการพักดิน เป็นสาเหตุที่ชอบเจอบ่อยในบ้านทรุดช่วง 1-3 ปีแรกหลังสร้างเสร็จ
2. เสาเข็ม
“เสาเข็ม” คือหัวใจหลักของบ้าน ถ้าเสาเข็มตื้นเกินไป หรือตอนฝังลงดินไม่ได้ฝังถึงชั้นดินแข็ง ก็อาจรับน้ำหนักบ้านได้ไม่ดีพอ จนเกิดการทรุดตัวในบางจุดได้ง่าย นอกจากนี้การใช้เสาเข็มสั้นเกินไปในพื้นที่ดินอ่อน เช่น ภาคกลางหรือพื้นที่ใกล้แม่น้ำ ก็เสี่ยงทำให้บ้านทรุดได้เร็วกว่าปกติ
3. น้ำหนักบ้าน
น้ำหนักของบ้านเองก็มีส่วนสำคัญที่ทำให้เกิดอาการทรุดตัว โดยเฉพาะบ้านที่ต่อเติมเพิ่มในภายหลัง เช่น ต่อหลังคาจอดรถหรือทำครัวหลังบ้าน ถ้าไม่ได้คำนวณน้ำหนักร่วมกับโครงสร้างเดิม บ้านส่วนที่ต่อเติมทีหลังอาจทรุดเร็วกว่าส่วนอื่น และเป็นเหตุให้บ้านทรุดไม่เท่ากัน
4. น้ำท่วม/น้ำขัง
น้ำท่วมและน้ำขังรอบบ้านเป็นอีกสาเหตุที่ไม่ควรมองข้าม เพราะน้ำจะกัดเซาะดินใต้ฐานรากเรื่อย ๆ ทำให้ดินอ่อนตัวและยุบตัวได้ง่าย และถ้าปล่อยนานไปเรื่อย ๆ โครงสร้างบ้านอาจเอียงหรือแตกร้าวได้
สัญญาณเตือนบ้านทรุด มีอะไรบ้าง

บ้านที่เริ่มทรุดตัว ส่วนใหญ่จะมีสัญญาณเตือนให้เห็นตั้งแต่เนิ่น ๆ เพียงแค่หลายคนอาจยังไม่สังเกต เพราะคิดว่าเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่จริง ๆ แล้วสิ่งเหล่านี้แหละที่เป็นสัญญาณหลักที่กำลังบอกให้ซ่อมด่วน และเราสามารถสังเกตจากอะไรได้บ้าง ไปดูพร้อมกันเลยครับ
1. บ้านเกิดรอยร้าว
ถ้าเห็นว่าผนังบ้านเริ่มมีรอยร้าวเฉียงจากขอบประตูหรือหน้าต่างขึ้นไปบนเพดาน แสดงว่าอาจจะเกิดการทรุดตัวของโครงสร้างบ้าน โดยเฉพาะรอยร้าวที่ลึกจนเห็นเหล็กเสริม ควรรีบเรียกช่างที่เชี่ยวชาญเข้ามาตรวจสอบทันที
2. ประตูตกร่อง หน้าต่างปิดไม่ได้
ถ้าเกิดอยู่ ๆ ประตูหรือหน้าต่างเริ่มปิดยากกว่าปกติ เกิดอาการฝืดหรือเบี้ยว นั่นเป็นอีกหนึ่งสัญญาณของบ้านทรุด เพราะเมื่อโครงสร้างบ้านเอียง ขอบวงกบก็จะเคลื่อนตัวหรือตก ซึ่งทำให้บานเปิดปิดไม่พอดีกัน
3. พื้นดินรอบบ้านยุบ
สัญญาณเตือนที่ต้องคอยสังเกตคือ บริเวณพื้นบ้านหรือทางเดิน ถ้าเห็นว่าพื้นยุบต่ำกว่าระดับเดิม แสดงว่าดินใต้ฐานรากอาจจะเริ่มยุบตัวลงแล้ว โดยเฉพาะบริเวณที่ต่อเติมเพิ่ม
วิธีแก้ปัญหาบ้านทรุด มีอะไรบ้าง

การแก้ปัญหา บ้านทรุด ควรเริ่มจากการตรวจสอบสาเหตุหลัก ๆ ก่อนเสมอ จากนั้นค่อยเลือกวิธีซ่อมที่เหมาะสมกับระดับความเสียหาย เช่น
- ถ้าสังเกตว่าเกิดบ้านทรุดเล็กน้อยไม่เกิน 5 ซม. สามารถอัดดินหรือยกพื้นบางส่วนได้
- แต่ถ้าทรุดหนัก ควรจะอัดน้ำปูนซีเมนต์ (Jet Grouting) เพื่อเสริมฐานราก หรือเสาเข็มไมโครไพล์ สำหรับยกบ้านให้กลับมาระดับเดิม
บทสรุป บ้านทรุดแก้ยังไงดี
ปัญหา “บ้านทรุด” ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะกับบ้านเก่าเท่านั้น แต่สามารถเกิดได้กับบ้านที่เพิ่งสร้างใหม่ได้เหมือนกัน ถ้าขั้นตอนการเตรียมดินหรือวางเสาเข็มไม่ถูกต้อง การสังเกตสัญญาณเตือนไว้แต่เนิ่น ๆ และรีบแก้ไขก็จะช่วยให้ประหยัดทั้งเวลาและงบประมาณในการซ่อมในระยะยาว
ถ้าใครกำลังวางแผนที่จะสร้างบ้านใหม่และอยากได้บ้านที่มั่นคง ปลอดภัยตั้งแต่ฐานราก แนะนำให้ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญหรือบริษัทรับสร้างบ้านที่ไว้ใจได้ เช่น รับสร้างบ้านอุบล ที่มีทีมวิศวกรคอยให้คำแนะนำตั้งแต่ขั้นตอนวางเสาเข็มไปจนถึงตรวจสอบโครงสร้างหลังทำบ้านเสร็จ
สำหรับใครที่อยากได้ไอเดียแบบบ้านอื่น ๆ เช่นบ้านมินิมอล, บ้านสไตล์โมเดิร์น, บ้านสไตล์ลอฟท์ และแบบบ้านนอร์ดิก สามารถเข้ามาเลือกชมได้ที่เว็บไซต์น่าอยู่ นอกจากนี้ยังมีสาระน่ารู้ต่าง ๆ เกี่ยวกับบ้านที่น่าสนใจมาให้ทุกคนได้ติดตามกันอีกด้วยนะครับ
คำถามที่พบบ่อย
ก่อนตัดสินใจซ่อมบ้านหรือสร้างบ้านใหม่ หลายคนอาจยังมีคำถามคาใจเกี่ยวกับปัญหา “บ้านทรุด” ว่าควรเริ่มต้นยังไงดี หรือจะต้องใช้งบเท่าไหร่ เราเลยรวบรวมคำถามพร้อมคำตอบที่น่าเป็นประโยชน์มาให้ทุกคนแล้วครับ
1. บ้านทรุดต้องซ่อมอย่างไร ใช้งบประมาณเท่าไร
Answer: ถ้ากรณีทรุดไม่มากสามารถอัดดินหรือฉีดปูนใต้ฐานรากได้ แต่ถ้าทรุดเยอะไปแล้ว ควรใช้เสาเข็มไมโครไพล์หรือเสริมฐานรากใหม่ ซึ่งราคาก็อาจเริ่มต้นที่ประมาณ 5,000 - 15,000 บาท/ตร.ม. ขึ้นอยู่กับระดับความเสียหายและขนาดพื้นที่บริเวณที่ซ่อมแซม
2. แผ่นดินทรุดเกิดจากอะไร
Answer: สาเหตุของแผ่นดินทรุดเกิดจากการยุบตัวใต้ผิวดินในแต่ละชั้น ซึ่งอาจมาจากการสูบน้ำบาดาล การก่อสร้างในพื้นที่ดินอ่อน หรือแรงสั่นสะเทือนจากเครื่องจักรหนัก
3. ควรถมดินก่อนสร้างบ้านกี่เดือน
Answer: หลังถมดิน ควรพักดินไว้อย่างน้อย 6 เดือน หรือ 1 ปี เพื่อให้ดินเซตตัวแน่นก่อนเริ่มก่อสร้าง ถ้าเร่งสร้างเร็วเกินไป ดินจะยุบตัวเมื่อต้องรับน้ำหนักบ้าน ทำให้บ้านทรุดได้ง่าย