การผ่อนคอนโด ถือเป็นเรื่องใหญ่สำหรับหลายคน เพราะไม่ใช่แค่เลือกห้องให้ถูกใจ แต่ยังต้องผ่านด่านสำคัญอย่างการยื่นกู้กับธนาคารอีกด้วย หลายคนพลาดเพราะรีบยื่นกู้ทั้งที่ยังไม่รู้ว่าต้องเตรียมอะไรบ้าง หรือประเมินกำลังผ่อนของตัวเองต่ำไป
บทความนี้เลยสรุป เช็กลิสต์ 7 เรื่องควรรู้ก่อนยื่นกู้ผ่อนคอนโดครั้งแรก ตั้งแต่เรื่องรายได้ เครดิตบูโร ไปจนถึงค่าใช้จ่ายที่มักถูกมองข้าม เพื่อช่วยให้คุณวางแผนได้รอบคอบขึ้น และเพิ่มโอกาสกู้ผ่านแบบไม่ต้องลุ้นเหนื่อย
1. รายได้เท่าไหร่ ผ่อนคอนโดได้แบบไม่กุมขมับ

ก่อนจะตัดสินใจผ่อนคอนโด สิ่งแรกที่ควรถามตัวเองคือ “รายได้เราพอไหม และจะผ่อนแล้วยังใช้ชีวิตได้สบายหรือเปล่า” เพราะไม่ใช่ภาระระยะสั้น แต่เป็นค่าใช้จ่ายที่ต้องอยู่กับเราไปอีกหลายปี หากประเมินรายได้ต่ำกว่าความเป็นจริง อาจทำให้ผ่อนหนักจนกระทบค่าใช้จ่ายประจำ เช่น ค่ากิน ค่าเดินทาง หรือเงินเก็บในอนาคต การรู้ขอบเขตของตัวเองตั้งแต่ต้นจะช่วยให้เลือกคอนโดและวงเงินกู้ได้เหมาะสม ไม่ต้องเครียดทุกสิ้นเดือน
รายได้ขั้นต่ำที่ธนาคารใช้พิจารณา
โดยทั่วไป ธนาคารจะดูรายได้ต่อเดือนเป็นหลัก ยิ่งรายได้มั่นคงและต่อเนื่อง ก็ยิ่งเพิ่มโอกาสกู้ผ่าน หากรายได้ต่ำเกินไปเมื่อเทียบกับค่างวดที่ต้องจ่าย โอกาสถูกปฏิเสธก็จะสูงขึ้น การดูตัวเลขคร่าว ๆ จะช่วยให้ประเมินตัวเองได้ง่ายขึ้น และลดความเสี่ยงกู้ไม่ผ่านหรือผ่อนแล้วตึงเกินไป
คอนโดราคาประมาณ 1 ล้านบาท
- กู้ประมาณ 900,000 บาท (ดาวน์ 10%)
- ผ่อนเดือนละประมาณ 4,500-5,000 บาท
- เหมาะกับรายได้ประมาณ 20,000-30,000 บาท/เดือนขึ้นไป
คอนโดราคาประมาณ 2 ล้านบาท
- กู้ประมาณ 1,800,000 บาท
- ผ่อนเดือนละประมาณ 9,000-10,000 บาท
- เหมาะกับรายได้ประมาณ 35,000-50,000 บาท/เดือนขึ้นไป
คอนโดราคาประมาณ 5 ล้านบาท
- กู้ประมาณ 4,500,000 บาท
- ผ่อนเดือนละประมาณ 22,000-25,000 บาท
- เหมาะกับรายได้ประมาณ 60,000-100,000 บาท/เดือนขึ้นไป
ตัวเลขเหล่านี้เป็นการประเมินคร่าว ๆ โดยสมมติว่าไม่มีหนี้อื่นมากนัก และผ่อนระยะยาวเต็มที่ หากมีภาระผ่อนรถหรือบัตรเครดิตร่วมด้วย รายได้ที่เหมาะสมก็ควรสูงขึ้นตามไปด้วย เพื่อให้การผ่อนคอนโดไม่กระทบชีวิตประจำวันในระยะยาว
สัดส่วนหนี้ต่อรายได้ (DTI) ที่ไม่ควรเกิน
อีกเรื่องที่ธนาคารให้ความสำคัญมากคือ ภาระหนี้ทั้งหมดที่เรามีอยู่ในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นผ่อนรถ ผ่อนบัตรเครดิต หรือสินเชื่ออื่น ๆ ธนาคารจะนำยอดผ่อนเหล่านี้มารวมกับค่างวดคอนโด แล้วดูว่าเกินกำลังหรือไม่ โดยทั่วไป หากยอดผ่อนรวมต่อเดือนสูงเกินครึ่งหนึ่งของรายได้ โอกาสกู้ไม่ผ่านจะเพิ่มขึ้น การเคลียร์หนี้บางส่วนก่อนยื่นกู้ หรือเลือกคอนโดที่ผ่อนต่อเดือนไม่สูงเกินไป จะช่วยให้ธนาคารมองว่าเรามีความสามารถในการผ่อนชำระได้อย่างปลอดภัยในระยะยาว
2. ผ่อนคอนโดเดือนละเท่าไหร่ ถึงไม่ลำบาก

การผ่อนคอนโดที่ดี ไม่ใช่แค่ผ่อนไหว แต่ต้องผ่อนแล้วใช้ชีวิตได้ตามปกติ ไม่ต้องคอยกังวลทุกสิ้นเดือน หลายคนดูแค่ยอดผ่อนที่ธนาคารแจ้ง แต่ลืมคิดถึงค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่ตามมา ทำให้ช่วงแรกอาจดูสบาย แต่พออยู่จริงกลับรู้สึกตึง การประเมินยอดผ่อนต่อเดือนให้รอบด้านตั้งแต่ต้น จะช่วยให้เลือกคอนโดได้เหมาะกับไลฟ์สไตล์และรายได้ของตัวเองมากขึ้น
เงินผ่อน + ค่าใช้จ่ายแฝง ที่มือใหม่มักลืม
นอกจากค่างวดผ่อนคอนโดแล้ว ยังมีค่าใช้จ่ายประจำที่ต้องจ่ายทุกเดือน เช่น ค่าส่วนกลาง ค่าน้ำ ค่าไฟ อินเทอร์เน็ต หรือค่าจอดรถ ซึ่งรวม ๆ กันอาจเพิ่มขึ้นอีกหลายพันจนถึงหลักหมื่นบาทต่อเดือน หากไม่เผื่อส่วนนี้ไว้ตั้งแต่แรก อาจทำให้ยอดค่าใช้จ่ายจริงสูงกว่าที่คิด ดังนั้น ก่อนตัดสินใจผ่อน ควรลองรวมยอดผ่อนกับค่าใช้จ่ายแฝงทั้งหมด เพื่อดูว่ารับไหวจริงหรือไม่
ควรเหลือเงินใช้ต่อเดือนเท่าไหร่ถึงจะปลอดภัย
หลักง่าย ๆ ที่หลายคนใช้คือ หลังจากหักค่าผ่อนคอนโดและค่าใช้จ่ายจำเป็นทั้งหมดแล้ว ควรยังเหลือเงินสำหรับใช้จ่ายส่วนตัวและเก็บออมอย่างน้อยประมาณ 30-40% ของรายได้ เพื่อความสบายใจ หากเหลือเงินน้อยเกินไป อาจทำให้ต้องพึ่งบัตรเครดิตหรือเงินกู้เพิ่มเติมในอนาคต ซึ่งจะเพิ่มภาระโดยไม่จำเป็น การมีเงินเหลือใช้พอสมควรจะช่วยให้ผ่อนคอนโดได้ยาว ๆ โดยไม่รู้สึกอึดอัด
วิธีคำนวณค่างวดผ่อนคอนโดแบบคร่าว ๆ
สำหรับการประเมินเบื้องต้น สามารถคำนวณง่าย ๆ โดยนำวงเงินกู้มาหารด้วยจำนวนปีที่ผ่อน แล้วบวกเผื่อดอกเบี้ยเข้าไปเล็กน้อย เช่น คอนโดราคา 1 ล้านบาท กู้ประมาณ 900,000 บาท ผ่อน 30 ปี ค่างวดจะอยู่ราว ๆ 4,500-5,000 บาทต่อเดือน วิธีนี้ช่วยให้เห็นภาพคร่าว ๆ ว่ายอดผ่อนจะอยู่ระดับไหน ก่อนตัดสินใจไปยื่นกู้จริงกับธนาคาร
3. เครดิตบูโรสำคัญแค่ไหน ต่อการกู้คอนโด

หลายคนมีรายได้ดี แต่กลับกู้คอนโดไม่ผ่าน เพราะติดปัญหาเรื่องเครดิตบูโรแบบไม่รู้ตัว เครดิตบูโรเปรียบเหมือนประวัติการเงินที่ผ่านมา ว่าเราเคยผ่อนอะไรบ้าง จ่ายตรงเวลาหรือไม่ ธนาคารจะใช้ข้อมูลตรงนี้ช่วยตัดสินใจว่าเราน่าเชื่อถือแค่ไหน ดังนั้น ต่อให้รายได้ถึง แต่ถ้าเครดิตไม่ดี โอกาสกู้ผ่านก็อาจลดลงได้
เครดิตบูโรคืออะไร ธนาคารดูอะไรบ้าง
เครดิตบูโรคือข้อมูลประวัติการกู้และการผ่อนของเราในอดีตและปัจจุบัน ธนาคารจะดูว่าเรามีหนี้อะไรอยู่บ้าง เคยค้างชำระหรือจ่ายล่าช้าหรือไม่ รวมถึงจำนวนงวดที่ผ่อนตรงเวลา หากประวัติการผ่อนสม่ำเสมอ ไม่มีการค้างจ่าย ธนาคารจะมองว่าเรามีวินัยทางการเงิน และมีแนวโน้มจะผ่อนคอนโดได้ตามกำหนด
ผ่อนของ / บัตรเครดิต มีผลต่อการกู้ยังไง
การผ่อนสินค้า ผ่อนรถ หรือใช้บัตรเครดิต ไม่ได้เป็นเรื่องผิด แต่ถ้ามีหลายรายการพร้อมกัน อาจทำให้ธนาคารมองว่าเรามีภาระหนี้สูง ยิ่งถ้ามียอดค้างจ่ายหรือเคยจ่ายช้า จะยิ่งกระทบโอกาสกู้คอนโด ดังนั้น ก่อนยื่นกู้ ควรจัดการหนี้ที่มีอยู่ให้เรียบร้อย ลดจำนวนการผ่อน และหลีกเลี่ยงการสร้างหนี้ใหม่ เพื่อให้ภาพรวมทางการเงินดูดีขึ้น
วิธีเช็กเครดิตบูโรก่อนยื่นกู้คอนโด
การเช็กเครดิตบูโรล่วงหน้าเป็นเรื่องที่ไม่ควรมองข้าม เพราะช่วยให้รู้สถานะการเงินของตัวเองจริง ๆ ว่าพร้อมแค่ไหน บางคนอาจมีประวัติค้างชำระโดยไม่รู้ตัว หรือมีข้อมูลบางอย่างที่ต้องแก้ไข หากตรวจสอบก่อน จะได้มีเวลาจัดการให้เรียบร้อย และลดความเสี่ยงในการกู้ไม่ผ่านเมื่อถึงเวลายื่นกู้จริง
ช่องทางในการเช็กเครดิตบูโรที่ทำได้ง่าย ๆ
- ตรวจสอบผ่านธนาคารพาณิชย์ที่เข้าร่วมบริการ
- เช็กผ่านแอปพลิเคชันหรือบริการออนไลน์ที่ได้รับอนุญาต
- ติดต่อจุดบริการเครดิตบูโรตามห้างสรรพสินค้า
- ใช้บริการตรวจเครดิตบูโรแบบยื่นเอกสารด้วยตนเอง
4. เงินเก็บขั้นต่ำที่ควรมีก่อนผ่อนคอนโด

หลายคนมักโฟกัสแค่ยอดผ่อนรายเดือน แต่ลืมมองว่า “เงินเก็บ” ก็สำคัญไม่แพ้กัน เพราะนอกจากเงินดาวน์และค่าใช้จ่ายวันโอนแล้ว ยังต้องเผื่อเงินสำรองไว้รับมือกับเหตุไม่คาดคิด เช่น รายได้สะดุด ค่าซ่อมแซม หรือค่าใช้จ่ายฉุกเฉิน การมีเงินเก็บที่เพียงพอจะช่วยให้การเริ่มผ่อนคอนโดไม่ตึงจนเกินไป และทำให้ใช้ชีวิตได้สบายใจมากขึ้นในระยะยาว
5. เลือกระยะเวลาผ่อนคอนโดกี่ปีดี

การเลือกระยะเวลาผ่อนคอนโดเป็นเรื่องที่หลายคนลังเล เพราะยิ่งผ่อนนาน ยอดผ่อนต่อเดือนก็จะยิ่งเบาลง แต่ก็ต้องแลกมากับดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้น ในขณะเดียวกัน หากเลือกผ่อนสั้น ยอดผ่อนต่อเดือนจะสูงขึ้น แต่อาจจบหนี้ได้เร็วกว่า การเลือกระยะเวลาผ่อนที่เหมาะสมจึงควรดูจากรายได้ ความมั่นคงของงาน และแผนการเงินในอนาคต เพื่อให้ผ่อนคอนโดได้แบบไม่กดดันตัวเองมากเกินไป
ผ่อนสั้น vs ผ่อนยาว แบบไหนเหมาะกับใคร
การผ่อนสั้นเหมาะกับคนที่มีรายได้ค่อนข้างมั่นคง และรับภาระผ่อนต่อเดือนได้สูง เพราะช่วยลดระยะเวลาการเป็นหนี้และจ่ายดอกเบี้ยรวมน้อยกว่า ส่วนการผ่อนยาวจะเหมาะกับคนที่อยากให้ยอดผ่อนต่อเดือนเบาลง เพื่อเหลือเงินไว้ใช้จ่ายและเก็บออมในชีวิตประจำวัน แม้จะต้องจ่ายดอกเบี้ยนานขึ้น แต่ก็ช่วยให้การใช้ชีวิตไม่ตึงจนเกินไป
ดอกเบี้ยรวม ต่างกันแค่ไหน
ระยะเวลาผ่อนมีผลกับดอกเบี้ยรวมอย่างชัดเจน หากผ่อนนานขึ้น ดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายตลอดสัญญาก็จะสูงขึ้นตามไปด้วย แม้ค่างวดต่อเดือนจะดูไม่หนัก แต่เมื่อรวมระยะยาวอาจจ่ายดอกเบี้ยมากกว่าหลักแสนหรือหลักล้านบาท การเข้าใจความแตกต่างตรงนี้จะช่วยให้ตัดสินใจได้ดีขึ้นว่า ควรเลือกผ่อนแบบไหนให้คุ้มค่าและเหมาะกับสถานการณ์ของตัวเอง
เทคนิคเลือกระยะผ่อนคอนโดให้ผ่านกู้ง่ายขึ้น
สำหรับมือใหม่ที่กังวลเรื่องการกู้ไม่ผ่าน การเลือกระยะผ่อนที่ยาวขึ้นเล็กน้อยในช่วงแรก อาจช่วยให้ยอดผ่อนต่อเดือนลดลง และทำให้ธนาคารมองว่าเรามีความสามารถในการผ่อนชำระมากขึ้น เมื่อฐานะการเงินดีขึ้นในอนาคต ก็สามารถวางแผนโปะหรือรีไฟแนนซ์เพื่อลดระยะเวลาผ่อนได้ภายหลัง วิธีนี้ช่วยเพิ่มโอกาสกู้ผ่านตั้งแต่ต้น และยังเปิดโอกาสให้ปรับแผนการผ่อนให้เหมาะกับชีวิตในแต่ละช่วงได้ด้วย
6. ยื่นกู้คอนโดกับธนาคารไหนดี

คำถามที่มักเกิดขึ้นคือควรยื่นกู้กับธนาคารไหนดีถึงจะเหมาะกับตัวเองมากที่สุด เพราะแต่ละธนาคารมีเงื่อนไขและอัตราดอกเบี้ย ที่แตกต่างกัน สามารถเช็คได้จาก อัตราดอกเบี้ย สินเชื่อบ้านและคอนโด การเปรียบเทียบรายละเอียดเหล่านี้ก่อนยื่นกู้จะช่วยให้เห็นภาพชัดขึ้นว่าแบบไหนผ่อนสบายในระยะยาว นอกจากนี้ การเลือกธนาคารที่เข้าใจลักษณะรายได้และภาระหนี้ของเรา ยังช่วยเพิ่มโอกาสกู้ผ่าน และลดความเสี่ยงจากภาระดอกเบี้ยที่สูงเกินความจำเป็นในอนาคต
7. ข้อผิดพลาดที่คนผ่อนคอนโดครั้งแรกมักเจอ

หนึ่งในข้อผิดพลาดที่คนผ่อนคอนโดครั้งแรกมักเจอ คือโฟกัสแค่การกู้ให้ผ่าน แต่ไม่วางแผนระยะยาวตั้งแต่ต้น เช่น เลือกระยะเวลาผ่อนที่ตึงเกินไป หรือไม่เผื่อค่าใช้จ่ายอื่นในชีวิตประจำวัน อีกเรื่องที่หลายคนมองข้ามคือการไม่คิดต่อว่าจะจัดการดอกเบี้ยอย่างไรในอนาคต ทั้งที่จริงแล้วการศึกษาเรื่องรีไฟแนนซ์ตั้งแต่ช่วงเริ่มผ่อน จะช่วยให้เห็นทางเลือกในการลดดอกเบี้ยและปรับภาระผ่อนให้เบาลงได้ หากรู้เท่าทันข้อผิดพลาดเหล่านี้ตั้งแต่แรก จะช่วยให้การผ่อนคอนโดครั้งแรกเป็นไปอย่างราบรื่น และไม่กลายเป็นภาระหนักในระยะยาว
สรุป
การผ่อนคอนโดครั้งแรกจะไม่ใช่เรื่องยาก หากเริ่มต้นจากการเตรียมตัวให้พร้อม ทั้งการประเมินรายได้ ภาระหนี้ เครดิตบูโร เงินเก็บ และการเลือกระยะเวลาผ่อนที่เหมาะสม การรู้ 7 เรื่องสำคัญก่อนยื่นกู้จะช่วยลดความเสี่ยงในการยื่นกู้ และทำให้การผ่อนคอนโดไม่กลายเป็นภาระในระยะยาว ที่สำคัญคืออย่ารีบตัดสินใจเพียงเพราะอยากมีคอนโดเร็วเกินไป แต่ควรวางแผนให้สอดคล้องกับชีวิตการทำงานและแผนการเงินของตัวเอง เมื่อวางแผนดีตั้งแต่ต้น การมีคอนโดหลังแรกก็จะเป็นก้าวสำคัญที่มั่นคงและสบายใจกว่าเดิม
และสำหรับใครที่กำลังมองหาคอนโดขอนแก่น, บ้านขอนแก่น, บ้านแฝดขอนแก่น, หรือ ทาวน์โฮมขอนแก่น ที่เหมาะแก่การพักอาศัยและการลงทุน สามารถเข้ามาเลือกชมได้ที่เว็บไซต์น่าอยู่ นอกจากนี้ยังมีสาระน่ารู้ต่าง ๆ เกี่ยวกับคอนโดที่น่าสนใจมาให้ทุกคนได้ติดตามกันด้วยครับ
คำถามที่พบบ่อย
ผ่อนคอนโดครั้งแรก จำเป็นต้องมีเงินดาวน์ไหม
โดยทั่วไป การผ่อนคอนโดครั้งแรกมักต้องมีเงินดาวน์ประมาณ 5-20% ของราคาคอนโด การมีเงินดาวน์จะช่วยลดวงเงินกู้ ทำให้ยอดผ่อนต่อเดือนต่ำลง และเพิ่มโอกาสให้ธนาคารอนุมัติได้ง่ายขึ้น อย่างไรก็ตาม บางโครงการอาจมีโปรโมชั่นดาวน์ต่ำหรือผ่อนดาวน์ ควรตรวจสอบเงื่อนไขให้ละเอียดก่อนตัดสินใจ
ถ้าผ่อนคอนโดไปแล้ว สามารถปรับแผนการผ่อนได้หรือไม่
สามารถปรับแผนการผ่อนได้ เช่น การโปะเงินเพื่อลดเงินต้น หรือการรีไฟแนนซ์เมื่อครบระยะเวลาที่ธนาคารกำหนด ซึ่งช่วยลดดอกเบี้ยและภาระผ่อนต่อเดือนได้ การวางแผนล่วงหน้าเกี่ยวกับทางเลือกเหล่านี้ จะช่วยให้การผ่อนคอนโดมีความยืดหยุ่น และเหมาะกับสถานการณ์ทางการเงินในแต่ละช่วงของชีวิต
ผ่อนคอนโดครั้งแรก กู้ไม่ผ่านควรทำยังไง
เริ่มจากการตรวจสอบเครดิตบูโรและภาระหนี้ที่มีอยู่ จากนั้นปรับลดหนี้ที่ไม่จำเป็น เพิ่มเงินดาวน์ หรือเลือกคอนโดที่มียอดผ่อนต่อเดือนต่ำลง เมื่อปรับแผนการเงินให้เหมาะสมแล้ว สามารถยื่นกู้ใหม่หรือปรึกษาธนาคารเพื่อหาทางเลือกที่เหมาะกับสถานการณ์ของตัวเองมากขึ้น
ติดตาม "ขอนแก่นน่าอยู่" เพื่อไปหาบ้านมือ 1, หาคอนโด, บ้านมือ 2, ที่ดินและหาเช่า/ กดหอพักทั่วเมืองขอนแก่นได้ที่สามารถพบได้ที่นี่
- เว็บไซต์ : NaYoo.co (ไม่มี m)
- Facebook : ขอนแก่นน่าอยู่
- ยูทูป : https://www.youtube.com/c/khonkaennayoo
