ธอส. เป็นหนึ่งในธนาคารที่หลายคนนึกถึงเมื่อต้องรีไฟแนนซ์บ้าน เพราะยังคงมีจุดเด่นในเรื่องโครงสร้างดอกเบี้ยรีไฟแนนซ์บ้าน สิงหาคม 2569 แบบขั้นบันไดที่ค่อย ๆ ปรับขึ้นทีละปี และเหมาะกับผู้ที่ต้องการลดภาระดอกเบี้ยในระยะยาว
มีรายละเอียดดอกเบี้ยดังนี้
- ดอกเบี้ยปีที่ 1: อยู่ที่ 1.75%
- ดอกเบี้ยปีที่ 2: อยู่ที่ 2.75%
- ดอกเบี้ยปีที่ 3: อยู่ที่ 3.65% (อ้างอิงอัตรา MRR-2.495%)
- อัตราดอกเบี้ยเฉลี่ย 3 ปีแรก: อยู่ที่ 2.72%
2. ธนาคารออมสิน (GSB)
ธนาคารออมสินยังคงเป็นเจ้าของโปรโมชั่นที่โดดเด่นที่สุด โดยมีดอกเบี้ยปีแรกต่ำ เริ่มต้นแค่ 0.99% ช่วยลดภาระค่างวดได้ทันทีหลังรีไฟแนนซ์ เหมาะกับคนที่ต้องการเพิ่มสภาพคล่องทางการเงินในช่วงแรก ถึงแม้ในปีที่ 2 และ 3 จะปรับสูงขึ้น แต่เมื่อเฉลี่ยดอกเบี้ยทั้ง 3 ปีก็ถือว่ายังน่าสนใจครับ
- ดอกเบี้ยปีที่ 1: อยู่ที่ 0.99%
- ดอกเบี้ยปีที่ 2: อยู่ที่ 3.63%
- ดอกเบี้ยปีที่ 3: อยู่ที่ 5.295% (อ้างอิงอัตรา MRR-0.750%)
- อัตราดอกเบี้ยเฉลี่ย 3 ปีแรก: อยู่ที่ 2.75%
3. ธนาคารกรุงไทย (KTB)
กรุงไทยให้ดอกเบี้ยรีไฟแนนซ์บ้าน สิงหาคม 2569 เฉลี่ย 3 ปีแรกต่ำที่สุดในตารางนี้ ด้วยโครงสร้างดอกเบี้ยที่ปรับขึ้นแบบสมดุล ไม่มีปีไหนกระโดดสูงเกินไป เหมาะกับคนที่ต้องการลดภาระดอกเบี้ยโดยรวมมากที่สุดตลอด 3 ปีแรก
มีรายละเอียดดอกเบี้ยดังนี้
- ดอกเบี้ยปีที่ 1: อยู่ที่ 1.33%
- ดอกเบี้ยปีที่ 2: อยู่ที่ 2.58% (อ้างอิงอัตรา MLR-3.72%)
- ดอกเบี้ยปีที่ 3: อยู่ที่ 3.35% (อ้างอิงอัตรา MLR-2.95%)
- อัตราดอกเบี้ยเฉลี่ย 3 ปีแรก: อยู่ที่ 2.42%
4. ธนาคารเกียรตินาคินภัทร (KKP)
KKP มีดอกเบี้ยปีแรกที่ไม่ได้สูงมากถ้าเทียบกับธนาคารอื่น แต่ปรับขึ้นค่อนข้างสูงในปีถัดไป ทำให้ดอกเบี้ยเฉลี่ย 3 ปีแรกสูงที่สุดในตารางเปรียบเทียบนี้ สำหรับคนที่สนใจควรพิจารณาเงื่อนไขและสิทธิประโยชน์อื่นของธนาคารประกอบการตัดสินใจด้วยครับ
มีรายละเอียดดอกเบี้ยดังนี้
- ดอกเบี้ยปีที่ 1: อยู่ที่ 1.99%
- ดอกเบี้ยปีที่ 2: อยู่ที่ 3.475% (อ้างอิงอัตรา MLR-4.475%)
- ดอกเบี้ยปีที่ 3: อยู่ที่ 3.985% (อ้างอิงอัตรา MLR-3.965%)
- อัตราดอกเบี้ยเฉลี่ย 3 ปีแรก: อยู่ที่ 3.15%
5. ธนาคารแลนด์แอนด์เฮ้าส์ (LH Bank)
LH Bank หรือ ธนาคารแลนด์แอนด์เฮ้าส์ มีโครงสร้างดอกเบี้ยรีไฟแนนซ์บ้าน สิงหาคม 2569 ที่ค่อนข้างคงที่ในปีที่ 2 และ 3 ทำให้ผู้กู้สามารถวางแผนค่าใช้จ่ายได้ง่ายขึ้นและยังมีดอกเบี้ยเฉลี่ยต่ำกว่า 3% แต่ก็ยังมีเงื่อนไขเฉพาะที่ควรสอบถามเพิ่มเติมก่อนตัดสินใจ
มีรายละเอียดดอกเบี้ยดังนี้
- ดอกเบี้ยปีที่ 1: อยู่ที่ 1.59%
- ดอกเบี้ยปีที่ 2: อยู่ที่ 3.63% (อ้างอิงอัตรา MRR-3.72%)
- ดอกเบี้ยปีที่ 3: อยู่ที่ 3.63%
- อัตราดอกเบี้ยเฉลี่ย 3 ปีแรก: อยู่ที่ 2.95%
6. ธนาคารซีไอเอ็มบี (CIMB Thai)
CIMB Thai ยังคงเป็นอีกหนึ่งธนาคารที่มีอัตราดอกเบี้ยเฉลี่ยต่ำ โดยจุดที่น่าสนใจคือปีที่ 2 และปีที่ 3 ใช้อัตราดอกเบี้ยเท่ากัน เหมาะสำหรับคนที่กำลังมองหาแพ็กเกจ รีไฟแนนซ์บ้าน สิงหาคม 2569 ที่ให้ความสมดุลระหว่างดอกเบี้ยปีแรกและปีต่อ ๆ ไป
มีรายละเอียดดอกเบี้ยดังนี้
- ดอกเบี้ยปีที่ 1: อยู่ที่ 1.44%
- ดอกเบี้ยปีที่ 2: อยู่ที่ 3.015% (อ้างอิงอัตรา MRR-7.085%)
- ดอกเบี้ยปีที่ 3: อยู่ที่ 3.015% (อ้างอิงอัตรา MRR-5.510%)
- อัตราดอกเบี้ยเฉลี่ย 3 ปีแรก: อยู่ที่ 2.49%
7. ธนาคารทหารไทยธนชาต (TTB)
TTB เป็นเจ้าเดียวในตารางที่ให้ดอกเบี้ยเท่ากันทุกปีตลอด 3 ปีแรก โดยไม่มีการปรับขึ้นเลยแม้แต่ปีเดียว ซึ่งอาจไม่ใช่ตัวเลขที่ต่ำที่สุด แต่ตอบโจทย์คนที่กังวลเรื่องค่างวดที่ผันผวนและอยากรู้ตัวเลขที่แน่นอนตั้งแต่ต้นจนจบช่วงโปรโมชั่น
มีรายละเอียดดอกเบี้ยดังนี้
- ดอกเบี้ยปีที่ 1: อยู่ที่ 2.89% (อ้างอิงอัตรา MRR-4.215%)
- ดอกเบี้ยปีที่ 2: อยู่ที่ 2.89% (อ้างอิงอัตรา MRR-4.215%)
- ดอกเบี้ยปีที่ 3: อยู่ที่ 2.89% (อ้างอิงอัตรา MRR-4.215%)
- อัตราดอกเบี้ยเฉลี่ย 3 ปีแรก: อยู่ที่ 2.89%
รีไฟแนนซ์บ้าน สิงหาคม 2569 ให้คุ้ม ต้องดูอะไรบ้าง?

การเลือกรีไฟแนนซ์บ้าน สิงหาคม 2569 ให้คุ้มค่าที่สุดไม่ได้ดูแค่ตัวเลขดอกเบี้ยปีแรกที่ดูน่าดึงดูดเพียงอย่างเดียว แต่ต้องพิจารณาหลายปัจจัยประกอบกัน ดังนี้ครับ
ดอกเบี้ยเฉลี่ย 3 ปีแรก สำคัญกว่าดอกเบี้ยปีแรกยังไง?
ดอกเบี้ยปีแรกที่ถูกมาก ๆ เช่น 0.99% อาจดูน่าสนใจในตอนแรก แต่ถ้าปีถัดไปดอกเบี้ยกระโดดสูงขึ้นมา อย่าง ในกรณีปีที่ 3 พุ่งไปถึง 5.295% ภาระค่างวดโดยรวมตลอดทั้ง 3 ปีอาจสูงกว่าค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่เราเสียไป หรืออาจสูงกว่าโปรโมชั่นที่มีดอกเบี้ยเฉลี่ยต่ำกว่าตั้งแต่ต้น ดังนั้น ก่อนตัดสินใจรีไฟแนนซ์บ้าน สิงหาคม 2569 ไม่ควรดูเฉพาะตัวเลขปีแรก แต่ควรเปรียบเทียบดอกเบี้ยเฉลี่ย 3 ปีควบคู่กับค่าใช้จ่ายอื่น ๆ เสมอครับ
ค่าใช้จ่ายในการรีไฟแนนซ์บ้าน มีอะไรบ้าง?
นอกจากเรื่องดอกเบี้ยแล้ว การรีไฟแนนซ์บ้านยังมีค่าใช้จ่ายอื่นที่ต้องพิจารณาเพิ่มเติม เพื่อดูว่าการย้ายหนี้ครั้งนี้คุ้มค่าที่สุด ดังนี้
- ค่าจดจำนอง
- ค่าประเมินหลักประกัน
- ค่าอากรแสตมป์
- ค่าดำเนินการหรือค่าธรรมเนียมอื่น ๆ
- ค่าเบี้ยประกันอัคคีภัย
- ค่าเบี้ยประกันชีวิตคุ้มครองสินเชื่อ (MRTA)
- ค่าปรับปิดบัญชีก่อนกำหนด (Prepayment Penalty)
ซึ่งบางธนาคารอาจมีโปรโมชั่นฟรีค่าธรรมเนียมบางรายการเพื่อดึงดูดลูกค้า จึงควรสอบถามรายละเอียดค่าใช้จ่ายทั้งหมดจากธนาคารให้ชัดเจนก่อนตัดสินใจครับ
รีไฟแนนซ์กับรีเทนชัน ต่างกันยังไง?
หลายคนเข้าใจว่าการรีไฟแนนซ์บ้าน สิงหาคม 2569 และรีเทนชัน คือเรื่องเดียวกัน แต่จริง ๆ แล้วรีไฟแนนซ์คือการย้ายสินเชื่อบ้านไปยังธนาคารใหม่เพื่อขอดอกเบี้ยที่ดีกว่า ส่วนรีเทนชันคือการขอลดดอกเบี้ยกับธนาคารเดิมโดยที่ไม่ต้องย้ายไปที่อื่น โดยทั้ง 2 แบบต่างมีข้อดีข้อเสียที่ต่างกัน ดังนี้
รีไฟแนนซ์
- ย้ายสินเชื่อไปธนาคารใหม่
- ได้รับอัตราดอกเบี้ยและโปรโมชั่นใหม่
- อาจมีค่าใช้จ่ายในการโอนจำนอง
- เหมาะกับผู้ที่ต้องการข้อเสนอที่ดีกว่าเดิมอย่างชัดเจน
รีเทนชัน
- อยู่กับธนาคารเดิม
- ขอปรับลดอัตราดอกเบี้ยใหม่
- ขั้นตอนง่ายกว่า
- ใช้เอกสารน้อยกว่า
- ส่วนใหญ่ไม่มีค่าโอนจำนอง
โดยสามารถอ่านรายละเอียดเปรียบเทียบแบบเจาะลึกเพิ่มเติมได้ที่บทความ รีเทนชันคืออะไร? ต่างจากรีไฟแนนซ์อย่างไร ซึ่งอธิบายทั้งข้อดี ข้อเสีย และวิธีเลือกวิธีให้เหมาะกับแต่ละสถานการณ์ครับ
สินเชื่อบ้านแลกเงิน สามารถรีไฟแนนซ์ได้ไหม?

สินเชื่อบ้านแลกเงินก็สามารถรีไฟแนนซ์ได้เหมือนกับสินเชื่อบ้านเพื่อซื้อที่อยู่อาศัยทั่วไป โดยเจ้าของบ้านสามารถเอาหลักประกันในปัจจุบันไปยื่นขอสินเชื่อบ้านแลกเงินกับธนาคารใหม่ที่ให้ดอกเบี้ยและวงเงินที่คุ้มค่ากว่า เพื่อลดภาระดอกเบี้ยหรือขอวงเงินเพิ่มเติมสำหรับใช้จ่ายตามความจำเป็น แต่เงื่อนไขและอัตราดอกเบี้ยของสินเชื่อบ้านแลกเงินจะแตกต่างจากสินเชื่อรีไฟแนนซ์บ้านเพื่อซื้อที่อยู่อาศัยทั่วไป โดยธนาคารจะพิจารณาปัจจัยหลายด้าน เช่น
- มูลค่าหลักทรัพย์ในปัจจุบัน
- ยอดหนี้คงเหลือ
- รายได้ของผู้กู้
- ภาระหนี้รวม
- ประวัติการผ่อนชำระ
และสำหรับใครที่กำลังสนใจสินเชื่อประเภทนี้ สามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่สินเชื่อบ้านแลกเงิน ธนาคารไหนดี ที่รวบรวมข้อมูลโปรโมชั่นจากหลายธนาคาร พร้อมเปรียบเทียบจุดเด่นและเงื่อนไขของแต่ละที่ครับ
บทส่งท้าย
การรีไฟแนนซ์บ้าน สิงหาคม 2569 ไม่ใช่แค่การย้ายหนี้ไปธนาคารใหม่ แต่เป็นการบริหารต้นทุนทางการเงินให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ถ้าเราเลือกช่วงเวลาที่เหมาะสมและเปรียบเทียบข้อเสนออย่างรอบคอบ ก็อาจช่วยลดภาระดอกเบี้ยไปได้เยอะ ดังนั้นก่อนตัดสินใจ ควรเปรียบเทียบทั้งดอกเบี้ยเฉลี่ย 3 ปีแรก ค่าใช้จ่ายในการรีไฟแนนซ์ รวมถึงข้อเสนอจากธนาคารเดิมและธนาคารใหม่ เพื่อให้ได้สินเชื่อที่คุ้มค่ากับแผนการเงินของตัวเองมากที่สุดครับ
และสำหรับเพื่อน ๆ ที่กำลังมองหาบ้านหลังใหม่ ไม่ว่าจะเป็นบ้านเดี่ยว คอนโดและทาวน์โฮม ก็สามารถเข้าไปค้นหาโครงการได้บนเว็บไซต์ “น่าอยู่” ที่รวบรวมข้อมูลอสังหาฯ พร้อมสาระความรู้สินเชื่อบ้าน รีไฟแนนซ์ และการเงินที่ช่วยให้วางแผนการเงินได้ง่ายขึ้นครับ
คำถามที่พบบ่อย
1. สามารถรีไฟแนนซ์บ้านกับธนาคารเดิมได้ไหม ?
รีไฟแนนซ์บ้านกับธนาคารเดิมจะเรียกว่าการทำ "รีเทนชัน" ครับ หรือก็คือการขอลดดอกเบี้ยกับธนาคารเดิมโดยไม่ต้องย้ายไปธนาคารใหม่ แต่ส่วนลดดอกเบี้ยที่ได้รับอาจน้อยกว่า
2. ผ่อนบ้านครบกี่ปี ถึงควรรีไฟแนนซ์บ้าน ?
โดยทั่วไปควรพิจารณารีไฟแนนซ์บ้านเมื่อผ่อนครบ 3 ปี ซึ่งเป็นช่วงที่อัตราดอกเบี้ยโปรโมชันพิเศษของธนาคารเดิมสิ้นสุดลงและเปลี่ยนเป็นดอกเบี้ยลอยตัวที่สูงขึ้น
3. การรีไฟแนนซ์บ้านต้องเสียค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง ?
ค่าใช้จ่ายหลักที่ต้องเตรียมได้แก่
- ค่าจดจำนองประมาณ 1% ของวงเงินกู้
- ค่าประเมินราคาหลักทรัพย์
- ค่าอากรแสตมป์
- ค่าเบี้ยประกันชีวิตคุ้มครองสินเชื่อในกรณีที่ธนาคารกำหนด