ภัยร้ายในอากาศ

อากาศที่เราหายใจเข้าไปทุกวันนี้อยู่ในระดับที่อันตรายต่อสุขภาพมาก เพราะสภาพอากาศที่ความเข้มข้นของสภาพมลพิษเกินเกณฑ์มาตรฐาน ซึ่งค่าเฉลี่ยรายชั่วโมงต้องไม่เกิน 100 ส่วนในพันล้านส่วน เมื่อเกินก็จะทำให้มีผลต่อการทำลายเยื่อบุระบบทางเดินหายใจ ก่อให้เกิดอาการระคายเคือง และทำให้เกิดโรคเรื้อรังของระบบทางเดินหายใจ
ฝุ่นละออง
ปกติแล้วในชั้นบรรยากาศของเราจะประกอบไปด้วยก๊าซและสารต่าง ๆ เช่น ก๊าซออกซิเจน หรือไนโตรเจน ฝุ่นละออง ไอน้ำ ซึ่งสารเหล่านี้จะมีอยู่ในปริมาณคงที่และพอเหมาะ แต่เมื่อมีพฤติกรรมของมนุษย์ที่ไม่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เช่น การขับขี่ยานพาหนะ การก่อสร้าง การทำโรงงานอุตสาหกรรม ที่มักจะปล่อยของเสียสู่ชั้นบรรยากาศตลอดเวลา เช่น ก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ ก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ หรือสาร CFCs เป็นต้น ทำให้สารข้างต้นในชั้นบรรยากาศเกิดการเปลี่ยนแปลง นำมาสู่ปัญหาภาวะโลกร้อน และอากาศที่ไม่บริสุทธิ์
ที่ผ่านมาเราอาจไม่ได้ตระหนักถึงภัยจากมลพิษเท่าที่ควร เนื่องจากปกติเราก็ไม่ได้เห็นด้วยตาเปล่า หรือรับรู้กันสักเท่าไรนักว่าก๊าซไนโตรเจนมีปริมาณเพิ่มมากขึ้นเท่าไหน อีกทั้งยังไม่ได้ส่งผลกระทบอย่างเห็นได้ชัดแบบปัจจุบันทันด่วน แต่เมื่อ 2-3 ปีก่อน เมื่อมีการกล่าวถึง PM 2.5 เพิ่มขึ้นและผู้คนเริ่มรู้สึกถึงความผิดปกติในร่างกาย เช่น คอแห้ง เจ็บคอ หรือแสบตา เราจึงเริ่มหันมาสนใจกันมากขึ้นว่า ขณะนี้เรากำลังเผชิญกับปัญหาฝุ่นละออง PM 2.5 ซึ่งนับเป็นภัยรูปแบบใหม่ที่ส่งผลอันตรายกว่าที่เราคิด

PM2.5 คืออะไร?
PM2.5 คือ ฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน 2.5 ไมครอน เทียบได้ว่ามีขนาดประมาณ 1 ใน 25 ส่วนของเส้นผ่านศูนย์กลางเส้นผมมนุษย์ เล็กจนขนจมูกของมนุษย์ที่ทำหน้าที่กรองฝุ่นนั้นไม่สามารถกรองได้ จึงแพร่กระจายเข้าสู่ทางเดินหายใจ กระแสเลือด และเข้าสู่อวัยอื่น ๆ ในร่างกายได้ ตัวฝุ่นเป็นพาหะนำสารอื่นเข้ามาด้วย เช่น แคดเมียม ปรอท โลหะหนัก และสารก่อมะเร็งอื่น ๆ
บทความใกล้เคียง ขอนแก่น

รวมที่พักพูลวิลล่าพัทยา เอนกายรับลมทะเล ไปพร้อม ๆ กับคนรู้ใจ

คุณสามารถจอง พูลวิลล่าขนอม ในราคาที่สบายกระเป๋ามากขึ้น หากรู้ 5 สิ่งนี้

หลังคาบ้านมีปัญหา ทำอย่างไรดี ที่นี่มีคำตอบ


