
การปรับโครงสร้างอัตราค่าไฟฟ้าใหม่ช่วยให้การคิดค่าไฟสำหรับที่อยู่อาศัยมีความเหมาะสมกับรูปแบบการใช้ไฟมากขึ้น โดยเฉพาะผู้ใช้ไฟปริมาณไม่มาก รวมถึงช่วยลดความเหลื่อมล้ำระหว่างผู้ที่ใช้ไฟในบ้านทั่วไปกับผู้ที่อยู่อาศัยในบ้านเช่าหรือที่พักบางประเภทที่เข้าเงื่อนไข ทั้งยังช่วยให้การเรียกเก็บค่าไฟมีความโปร่งใสและตรวจสอบได้ง่ายขึ้น โดยมีประโยชน์สำคัญ ได้แก่
- ช่วยลดภาระค่าไฟของผู้ใช้ไฟน้อย โดยโครงสร้างอัตราค่าไฟบ้านอยู่อาศัยใหม่กำหนดค่าพลังงานสำหรับการใช้ไฟ 200 หน่วยแรกในอัตราไม่เกิน 3 บาทต่อหน่วย ทั้งนี้ ค่าไฟสุทธิยังมีองค์ประกอบอื่น เช่น ค่า Ft ค่าบริการ และภาษีมูลค่าเพิ่ม
- ช่วยให้ที่อยู่อาศัยบางประเภทเข้าถึงอัตราที่เหมาะสมมากขึ้น โดยเฉพาะกรณีที่ใช้ไฟเพื่อการอยู่อาศัยจริงแต่เดิมอยู่ในประเภทมิเตอร์หรืออัตราที่มีต้นทุนสูงกว่า หากมีคุณสมบัติตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด
- ลดความแตกต่างของภาระค่าไฟระหว่างผู้พักอาศัย ทำให้ผู้ที่เช่าที่อยู่อาศัยและเข้าเงื่อนไขมีโอกาสได้รับประโยชน์จากโครงสร้างอัตราที่สะท้อนการใช้ไฟเพื่อการอยู่อาศัยมากขึ้น
- เพิ่มความโปร่งใสในการตรวจสอบค่าไฟ ผู้เช่าสามารถตรวจสอบจำนวนหน่วย อัตราที่ใช้ และเปรียบเทียบกับค่าไฟที่ผู้ให้บริการเรียกเก็บจากผู้ประกอบธุรกิจได้ง่ายขึ้น
- ช่วยป้องกันการเรียกเก็บค่าไฟเกินจริง เมื่อใช้ควบคู่กับหลักเกณฑ์ของ สคบ. ที่กำหนดให้ผู้ประกอบธุรกิจที่อยู่ภายใต้ประกาศเรียกเก็บค่าไฟจากผู้เช่าได้ไม่เกินอัตราที่ผู้ให้บริการเรียกเก็บ
อัตราค่าน้ำและค่าไฟหอพักตามกฎหมาย สคบ. กำหนดไว้อย่างไร

ประกาศคณะกรรมการว่าด้วยสัญญา เรื่อง ให้ธุรกิจการให้เช่าอาคารเพื่ออยู่อาศัยเป็นธุรกิจที่ควบคุมสัญญา พ.ศ. 2568 มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 4 กันยายน 2568 โดยกำหนดให้ผู้ประกอบธุรกิจเรียกเก็บค่าน้ำและค่าไฟ ไม่เกินอัตราที่ผู้ให้บริการไฟฟ้าและน้ำประปาเรียกเก็บจากผู้ประกอบธุรกิจ และต้องระบุวิธีคำนวณไว้ในสัญญาอย่างชัดเจน
โดยระบุอัตราค่าไฟที่ต้องไม่เกิน 4.88 บาทต่อหน่วยในบริบทของอัตราที่ใช้ในช่วงเวลาดังกล่าว พร้อมย้ำหลักการสำคัญว่าผู้ประกอบธุรกิจไม่สามารถนำค่าน้ำหรือค่าไฟมาบวกค่าบริการหรือกำไรส่วนต่างเพิ่มเติมได้
อย่างไรก็ตาม ไม่ควรนำตัวเลข 4.88 บาทต่อหน่วยมาใช้เป็น “เพดานตายตัวตลอดไป” เพราะอัตราที่การไฟฟ้าเรียกเก็บสามารถเปลี่ยนแปลงตามโครงสร้างค่าไฟและค่า Ft ได้ หลักที่ผู้เช่าควรจำจึงเป็น เจ้าของหอพักต้องคิดตามอัตราที่ผู้ให้บริการเรียกเก็บจริงตามหลักเกณฑ์ที่ใช้บังคับ ไม่ใช่กำหนดกำไรเพิ่มจากค่าน้ำหรือค่าไฟเอง
เหตุผลใดบ้างที่เจ้าของหอพักมักนำมาอ้างในการคิดค่าไฟแพงเกินจริง

หากพบว่าหอพักเรียกเก็บค่าไฟสูงกว่าปกติ เจ้าของหรือผู้ดูแลอาคารอาจให้เหตุผลว่ามีต้นทุนอื่นที่เกี่ยวข้องกับการจัดหาและดูแลระบบไฟฟ้าภายในอาคาร ซึ่งเหตุผลที่พบได้บ่อยมีดังนี้
1. ค่าบำรุงรักษาอุปกรณ์ไฟฟ้าและไฟส่องสว่างส่วนกลาง
อาคารมีค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับหลอดไฟบริเวณทางเดิน ลิฟต์ ปั๊มน้ำ ระบบรักษาความปลอดภัย และอุปกรณ์ไฟฟ้าส่วนกลางจริง แต่ค่าใช้จ่ายดังกล่าวไม่ควรถูกนำมาบวกเป็นกำไรส่วนต่างใน “ค่าไฟของผู้เช่า” โดยไม่แยกหรือระบุเงื่อนไขให้ชัดเจน หากมีค่าบริการส่วนกลาง เช่น ค่าจอดรถ ค่าเก็บขยะ หรือค่าบริการอื่น ผู้ประกอบธุรกิจควรระบุไว้ในสัญญาอย่างชัดเจน ไม่กำกวมและไม่เรียกเก็บซ้ำซ้อน
2. ต้นทุนการแปลงมิเตอร์ไฟฟ้าชั่วคราวเป็นเรตธุรกิจ
ในบางกรณี อาคารอาจเคยใช้มิเตอร์ชั่วคราวหรือมีประเภทผู้ใช้ไฟที่แตกต่างจากบ้านอยู่อาศัย จึงมีต้นทุนค่าไฟที่ต่างกัน แต่การคิดค่าไฟกับผู้เช่าต้องอ้างอิงค่าใช้จ่ายจริงตามประเภทมิเตอร์และอัตราที่ผู้ให้บริการเรียกเก็บ ไม่ใช่นำตัวเลขของอัตราเดิมมาใช้ต่อโดยไม่ตรวจสอบการเปลี่ยนแปลง
โดยปัจจุบัน มีการปรับหลักเกณฑ์สำหรับบ้านที่ใช้ไฟเพื่ออยู่อาศัยจริงและยังใช้มิเตอร์ชั่วคราวให้สามารถเข้าสู่อัตราบ้านอยู่อาศัยเมื่อครบเงื่อนไข จึงควรตรวจสอบบิลล่าสุดแทนการยึดราคาที่เคยจ่ายในอดีต
3. ค่าเสื่อมราคาและค่าดูแลระบบหม้อแปลงไฟฟ้าประจำอาคาร
หอพักขนาดใหญ่อาจมีหม้อแปลงและระบบไฟฟ้าของอาคารที่ต้องบำรุงรักษาเป็นระยะ ซึ่งเป็นต้นทุนในการดำเนินกิจการของผู้ประกอบธุรกิจ แต่ไม่ใช่เหตุผลที่ทำให้สามารถกำหนดราคาค่าไฟต่อหน่วยขึ้นเองได้โดยไม่จำกัด
วิธีคำนวณและตรวจสอบหน่วยการใช้ค่าไฟหอพักทำได้อย่างไร
ผู้เช่าสามารถตรวจสอบค่าไฟหอพักเบื้องต้นได้ด้วยตัวเอง โดยจดเลขมิเตอร์ต้นเดือนและปลายเดือน แล้วนำมาคำนวณจำนวนหน่วยที่ใช้จริง พร้อมเปรียบเทียบกับรายละเอียดในใบแจ้งค่าใช้จ่ายของหอพัก ดังนี้
- คำนวณหน่วยไฟที่ใช้ จากเลขมิเตอร์ปลายเดือน − เลขมิเตอร์ต้นเดือน เช่น 3,250 − 3,100 = ใช้ไฟ 150 หน่วย
- ตรวจสอบอัตราค่าไฟ ว่าตรงกับอัตราที่ระบุในสัญญาและเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดหรือไม่
- เปรียบเทียบกับบิลเดือนก่อน หากจำนวนหน่วยเพิ่มขึ้นผิดปกติ ควรตรวจสอบเครื่องใช้ไฟฟ้าหรือสอบถามผู้ดูแลหอพัก
- ถ่ายรูปมิเตอร์ไว้เป็นหลักฐาน โดยเฉพาะวันย้ายเข้าและวันสิ้นรอบบิล เพื่อใช้ตรวจสอบหากยอดค่าไฟไม่ตรงกัน
ผู้เช่ามีวิธีรับมือหรือป้องกันการถูกเอาเปรียบเรื่องค่าไฟอย่างไร
ก่อนตัดสินใจเช่าหอพัก ไม่ควรพิจารณาเฉพาะค่าเช่ารายเดือน แต่ควรถามอัตราค่าน้ำ ค่าไฟ และค่าใช้จ่ายอื่นทั้งหมดให้ชัดเจน พร้อมตรวจสอบว่าระบุอยู่ในสัญญาตรงกับที่ตกลงกันหรือไม่ ผู้เช่าควรถ่ายรูปเลขมิเตอร์ในวันที่ย้ายเข้า จดเลขมิเตอร์ทุกเดือน เก็บใบเสร็จค่าเช่าและค่าสาธารณูปโภค รวมถึงเก็บสำเนาสัญญาเช่าไว้ตลอดระยะเวลาการเช่า หากพบยอดผิดปกติจะสามารถใช้เอกสารเหล่านี้เปรียบเทียบและเป็นหลักฐานในการสอบถามหรือร้องเรียนได้
นอกจากนี้ หากหอพักแจ้งว่าค่าไฟเพิ่มขึ้นเพราะ “การไฟฟ้าขึ้นราคา” ผู้เช่าสามารถขอให้ชี้แจงวิธีคำนวณและตรวจสอบอัตราค่าไฟล่าสุดของ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA) หรือหน่วยงานการไฟฟ้าที่ให้บริการในพื้นที่ได้
หากพบหอพักเก็บค่าไฟเกินราคากฎหมายกำหนดสามารถแจ้งร้องเรียนได้ที่ไหน

หากตรวจสอบแล้วพบว่าผู้ประกอบธุรกิจเรียกเก็บค่าน้ำหรือค่าไฟสูงกว่าอัตราที่ผู้ให้บริการเรียกเก็บ หรือมีข้อสัญญาที่อาจไม่เป็นธรรม ผู้เช่าควรรวบรวมหลักฐาน เช่น
- สัญญาเช่า
- ใบเสร็จรับเงินหรือใบแจ้งค่าใช้จ่าย
- ภาพเลขมิเตอร์ไฟฟ้า
- หลักฐานการชำระเงิน
- ข้อความสนทนากับเจ้าของหอพัก
- รายละเอียดวิธีคิดค่าไฟที่หอพักแจ้ง
จากนั้นสามารถขอคำปรึกษาหรือร้องเรียนต่อสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค หรือ สคบ. ผ่านสายด่วน 1166, แอปพลิเคชัน OCPB Connect, เว็บไซต์ของ สคบ. หรือศูนย์ดำรงธรรมในพื้นที่ เพื่อขอความช่วยเหลือได้
เทคโนโลยีมิเตอร์อัจฉริยะมีส่วนช่วยสร้างความเป็นธรรมเรื่องค่าไฟอย่างไร
อีกหนึ่งเทคโนโลยีที่สามารถช่วยลดข้อโต้แย้งระหว่างผู้เช่ากับเจ้าของหอพักได้คือ Smart Meter หรือมิเตอร์อัจฉริยะ ซึ่งสามารถบันทึกข้อมูลการใช้ไฟฟ้าได้ละเอียดกว่าการอ่านเลขมิเตอร์แบบเดิม และในระบบที่รองรับ ผู้ใช้อาจตรวจสอบปริมาณการใช้ไฟตามช่วงเวลาได้
ในมุมของเจ้าของหอพัก เทคโนโลยีดังกล่าวยังช่วยลดภาระในการเดินอ่านมิเตอร์ ลดความผิดพลาดจากการจดตัวเลข และทำให้สามารถจัดทำข้อมูลการใช้ไฟของแต่ละห้องได้เป็นระบบมากขึ้น จึงเป็นประโยชน์ต่อทั้งสองฝ่ายหากมีการกำหนดวิธีคิดค่าใช้จ่ายอย่างโปร่งใสควบคู่กันไป
สรุปบทความ
สำหรับคนที่กำลังเช่าหอพัก ค่าไฟหอพักเป็นหนึ่งในรายละเอียดที่ควรตรวจสอบตั้งแต่ก่อนเซ็นสัญญา เพราะค่าเช่าที่ดูไม่สูงอาจกลายเป็นภาระรายเดือนเพิ่มขึ้นได้ หากมีค่าน้ำ ค่าไฟ หรือค่าบริการอื่นที่ไม่ชัดเจน โดยหลักสำคัญตามกฎหมายปัจจุบันคือ ผู้ประกอบธุรกิจที่อยู่ภายใต้ประกาศควบคุมสัญญาต้องเรียกเก็บค่าน้ำและค่าไฟไม่เกินอัตราที่ผู้ให้บริการเรียกเก็บ และต้องระบุวิธีคำนวณในสัญญาอย่างชัดเจน
ดังนั้น ก่อนตัดสินใจเช่าหอพัก ควรถามให้ครบทั้งค่าเช่า ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าส่วนกลาง และค่าใช้จ่ายอื่น พร้อมอ่านสัญญาและเก็บหลักฐานการชำระเงินทุกครั้ง หากพบการเรียกเก็บที่ไม่เป็นธรรม ก็สามารถใช้สิทธิสอบถาม ตรวจสอบ และร้องเรียนต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้
FAQ
1. หากโดนหอพักเรียกเก็บค่าไฟเกินราคาจริงสามารถฟ้องดำเนินคดีได้ไหม
ได้ หากพบว่าหอพักเรียกเก็บค่าไฟเกินอัตราที่กฎหมายกำหนด ผู้เช่าสามารถรวบรวมสัญญา ใบเสร็จ และหลักฐานการชำระเงิน เพื่อร้องเรียน สคบ. หรือดำเนินการทางกฎหมายได้
2. การแยกบิลค่าไฟกับค่าบริการส่วนกลางของหอพักผิดกฎหมายหรือไม่
ไม่ผิด หากมีการระบุค่าบริการและวิธีเรียกเก็บไว้อย่างชัดเจนในสัญญา และไม่นำค่าบริการส่วนกลางมาแฝงหรือบวกเพิ่มในอัตราค่าไฟเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด
3. อัตราค่าไฟหอพักต่อหน่วยตามเกณฑ์มาตรฐานใหม่คิดเริ่มต้นกี่บาท
โครงสร้างอัตราค่าไฟบ้านอยู่อาศัยใหม่กำหนด ค่าพลังงานไฟฟ้า 200 หน่วยแรกไม่เกิน 3 บาทต่อหน่วย แต่ไม่ใช่ค่าไฟสุทธิต่อหน่วย เพราะยังมีค่า Ft ค่าบริการ และภาษีมูลค่าเพิ่มตามที่กำหนด
ติดตาม "ขอนแก่นน่าอยู่" เพื่อไปหาบ้านมือ 1, หาคอนโด, บ้านมือ 2, ที่ดินและหาเช่า/ กดหอพักทั่วเมืองขอนแก่นได้ที่สามารถพบได้ที่นี่